ขนส่งยันรถกระบะ บค 56 มุกดาหาร เจ้าของยังเป็น “นายสับ วาปี”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้จะยังปฏิเสธว่า ไม่ถึงขั้นเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร สำหรับ ตำรวจ กับ กระทรวงยุติธรรม แต่อาจเรียกได้ว่าแสดงจุดยืนเต็มที่แล้ว เมื่อจเรตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวพร้อมกัน ในทิศทางที่มั่นใจว่า มีขบวนจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ ที่เวลานี้อยู่ในความดูแลและช่วยเหลือของกระทรวงยุติธรรม

ถือเป็นท่าทีที่ชัดเจนในการแสดงความเชื่อมั่นว่า การรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ มีขบวนการจัดตั้งเพื่อสร้างหลักฐาน  สำหรับพล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ที่วานนี้แถลงข่าวพร้อมกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พลตำรวจเอกปัญญา อ้างว่า เท่าที่ตรวจสอบพบตอนนี้ มีคนร่วมขบวนการประมาณ 6 คน คาดว่า 2 – 3 วันทุกอย่างจะกระจ่างขึ้น ส่วนการร้องทุกข์กล่าวโทษจะดำเนินการกับคนในกลุ่มที่ให้การไม่ตรงความจริง และการจ้างรับผิด โดยมีตำรวจเป็นผู้เสียหายในชั้นนี้

สอดคล้องกับการทำงานของตำรวจในพื้นที่ ที่เวลานี้ได้ตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนคดีครูจอมทรัพย์ 8 คน เป็นการทำงานร่วมระหว่างตำรวจ สภ.จังหวัดสกลนคร และพนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร โดยการประชุมมี พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมด้วย

หลังประชุมเสร็จผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ เปิดเผยว่า เป็นไปตามกรอบเวลาที่พล.ต.อ.ปัญญาแถลงข่าว คือ อีก 2- 3 วัน ข้อเท็จจริงคดีนี้ในฝั่งตำรวจจะคลี่คลาย จึงไม่อยากให้ สังคมเร่งด่วนตัดสินว่า การทำงานของตำรวจในคดีครูจอมทรัพย์เป็นการจับแพะ ส่วนความสัมพันธ์กับหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือครูจอมทรัพย์อยู่ อย่างกระทรวงยุติธรรม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยืนยันว่า ไม่ได้สั่นคลอน หรือ เป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร

ขณะที่ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้ช่วยเหลือทางคดีในการขอรื้อฟื้นคดีให้กับครูจอมทรัพย์ ยอมรับว่า เวลานี้ตัวครูจอมทรัพย์ อยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม และส่วนตัวมั่นใจว่า มีพยานและหลักฐานที่มีน้ำหนักมากพอ ที่จะยืนยันได้ว่า ครูจอมทรัพย์ ไม่ใช่คนที่ทำความผิดตัวจริง

ทั้งนี้รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ให้ความเห็นต่อการทำคดีใหม่ของตำรวจที่แสดงข้อมูลว่า มีขบวนการจ้างรับผิดเพื่อช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ โดยยืนยันแค่ว่า บทบาทของกระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ตกอยู่ในสถานการณ์อย่างที่ครูจอมทรัพย์เผชิญ

ด้านทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงข่าวหลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับคำร้องรื้อฟื้นคดีอาญาของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร โดยยืนยันว่าในฐานะพนักงานอัยการที่ดูสำนวน เห็นว่าพนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร ทำงานถูกต้องละเอียดรอบคอบแล้ว และเห็นว่าคำพิพากษาเดิม ชอบด้วยกฎหมาย และกระบวนการรื้อฟื้นยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ หรือ มีความเห็นใดๆ เพราะเป็นการก้าวล่วงและละเมิดกระบวนการพิจารณาของศาล

และล่าสุดขนส่งมุกดาหารยืนยันยังไม่มีการยกเลิกการใช้รถกระบะหมายเลขทะเบียน บค 56 มุกดาหาร แต่อย่างใด แต่ขาดการเสียภาษีประจำปีเท่านั้น กรรมสิทธิ์ยังเป็นของนายสับ วาปี ผู้ยอมรับเป็นคนผิดตัวจริงคดีครูจอมทรัพย์

ขณะที่ นางแพงสี พ่อบำรุง อายุ 60 ปี ลูกสาวของ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกี่ยวกับคดีครูแพะ ออกมาเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพ่อเสียชีวิต ไม่มีใครมาติดต่อสอบถาม นอกจากตำรวจที่ทำคดี ส่วนผู้ก่อเหตุไม่เคยมีใครมาติดต่อ และไม่รู้ว่าเป็นใคร จนสิ้นหวังว่าคงไม่ได้ตัวแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 จนกระทั่งปี 2556 มีบุคคลอ้างว่าเป็นตัวแทนของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ที่ตกเป็นผู้ต้องหา มาเจรจาไกล่เกลี่ย ชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมระบุว่า จะขอชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่ได้ทำผิด จะมีคนก่อเหตุมารับผิดแทน แต่อยากให้ตนและญาติไม่ติดใจเอาความ พร้อมลงชื่อทำสัญญาในเอกสารไว้

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ไม่มีใครมาจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายตามกำหนด และไม่ทราบสาเหตุ จนเงียบหายไปแต่ก็ไม่ได้ติดตามต่อ เพราะไม่รู้จะตามกับใคร จนภายหลังเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ศาลมีคำพิพากษา และให้ผู้ต้องหาจ่ายเงินชดเชยให้ 1.7 แสนบาท ส่วนจะมีการว่าจ้างหรือเปลี่ยนคนทำผิด ตนไม่รับรู้ไม่สนใจ เพราะมาถึงวันนี้มันนานมากแล้ว ได้เงินมาชดเชยใช้จ่ายในครอบครัวก็พอใจแล้ว ทั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่จะเป็นพยาน ขอข้อมูลจะขอพูดตามความจริง โดยการดำเนินการในส่วนของคดี หากจะมีการรื้อฟื้น ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่ขอเรียกร้องอะไรอีก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ