ถ้าพูดตามภาษาคนชอบเรื่องโชคชะตาราศี ก็ต้องบอกว่า ปีที่แล้วคือปีชงของซัมซุงอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องของสมาร์ทโฟนรุ่น "โน็ต7" ที่ทางบริษัท ต้องเรียกคืนจากตลาดทั้งสิ้นมากกว่า 2.5 ล้านเครื่อง หลังมีข่าวเครื่องไฟไหม้ ตามมาด้วยเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูง ถูกอัยการเกาหลีใต้เรียกตัวเข้าให้ปากคำ ในฐานะมีส่วนพัวพันกับการบริจาคเงินให้กับเพื่อสนิทของประธานาธิบดี ปาร์ค กึนเฮ แต่ก็รอดตัวมาได้อย่างหวุดหวิด
สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเป็นบริษัทเล็กๆ ก็คงต้องปิดกิจการไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับซัมซุง ที่นอกจากจะไม่สะดุ้งสะเทือนแล้ว ผลกำไรของปี 2016 ยังพุ่งขึ้นสูงกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา
จริงอยู่ที่การเรียกคืนโทรศัพท์ "โน็ต7" จะทำให้ซัมซุงสูญเงินไปถึง 5,300 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 186,000 ล้านบาท แต่อย่าลืมว่า ซัมซุงไม่ได้ทำโทรศัพท์ขายอย่างเดียว ยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ที่เห็นกันบ่อยๆ ก็คือพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งโทรทัศน์จอแบน หรือเครื่องซักผ้า ที่ยังคงทำกำไรมหาศาล
แต่ที่ทำเงินให้มากที่สุด แต่คนอาจจะรู้น้อยที่สุดก็คือ ซัมซุงคือบริษัทผลิตวงจรไฟฟ้า ที่ทำแผงวงจรหรือ”ชิพ” ให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยีอื่นๆ แถมขายดีกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างโตชิบาด้วยซ้ำ
เมื่อนับรายได้ที่เข้ามารวมๆ กันแล้ว ซัมซุงทำผลกำไรในปีที่แล้วได้มากถึง 9.2ล้าน ล้านวอน หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซัมซุงยังยืนหยัดอยู่ได้ก็คือ "Brand Loyalty" หรือความซื่อสัตย์ที่ลูกค้ามีต่อยี่ห้อนั้นๆ อย่างตอนที่มีการเรียกคืนโทรศัพท์ "โน็ต7" แทนที่คนจะขอเงินคืน กลับเลือกโทรศัทพ์รุ่นอื่น แต่ยังเป็นของซัมซุงไปใช้ มูลค่าความเสียหายจึงน้อยลงมาก
ส่วนเรื่องที่ผู้บริหารถูกสอบปากคำนั้น คนเกาหลีเองเขาก็ไม่เอาเรื่องคดีมาปนกับภาพลักษณ์ของบริษัท สินค้าของซัมซุงในเกาหลีใต้ จึงยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเช่นเดิม