วันนี้ (31 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีรพันธ์ แซ่ตั้ง ผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายและแลกเปลี่ยนถังแก๊ส ได้กล่าวถึง กรณีแม่ทัพภาค 4 ประกาศห้ามนำถังแก๊สเหล็กขนาด 15 กก. หรือเล็กกว่า เข้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับมาเกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตั้งแต่ 13 ม.ค. 60 เป็นตันไป ว่า คำสั่งเร่งด่วนดังกล่าวจะกระทบต่อผู้ใช้และผู้ประกอบการ เนื่องจากชาวบ้าน ร้อยละ 80 เลือกใช้ถังแก๊สเหล็ก ที่บรรจุแก๊สได้ 15 กก. ขณะที่ถังแก๊สคอมโพสิตพลัส บรรจุได้เพียง 11 กก. ทำให้ต้องเปลี่ยนถังแก๊สบ่อยขึ้นและไม่สะดวก รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และที่สำคัญหากจะทำรัฐบาลต้องบังคับจริงๆให้ทุกยี่ห้อต้องเปลี่ยนจากถังเหล็ก เป็นถังคอมโพสิททั้งหมด สำหรับตนเองไม่มั่นใจว่ามาตรการนี้ จะสามารถลดการก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน
ด้าน ดร.ตายูดิน อุสมาน อาจารย์ประจำคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวว่า มาตรการนี้คงไม่ใช่สูตรสำเร็จในการป้องกันการก่อเหตุด้วยระเบิดแสวงเครื่อง ที่ผ่านมาการใช้ถังแก๊สในการประกอบระเบิดไม่ค่อยเห็นแล้ว และสถานการณ์ในปัจจุบันเริ่มเบาลงดีขึ้น เนื่องจากการพูดคุยระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่าง โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก การแก้ปัญหาในพื้นที่ ดังนั้นการใช้มาตรการต่างๆ ในการแก้ปัญหาที่เกิดผลกระทบกับประชาชน ไม่ควรที่จะใช้เป็นการดีที่สุด