นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าและรายละเอียดการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง โดยนายแสวงชี้แจงถึงการที่พรรคการเมือง หรือผู้สมัครจะนำบุคคลภายนอกมาช่วยหาเสียงนั้น ต้องเป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยเรื่องผู้ช่วยหาเสียง โดยบุคคลดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค แต่ต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
เมื่อแต่งตั้งแล้วจะมีอำนาจหน้าที่เสมือนตัวผู้สมัครในการช่วยหาเสียง ทั้งนี้ พรรคหรือผู้สมัครต้องแจ้งรายชื่อผู้ช่วยหาเสียงให้ กกต. ทราบก่อนเริ่มดำเนินการ และต้องรายงานค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง เพื่อนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งโดยปกติพรรคการเมืองจะมีการเตรียมการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร นายแสวง ระบุว่า กกต. ได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว เพื่อกระจายต่อไปยังประเทศต่าง ๆ สำหรับการขนส่งบัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศกลับมานับคะแนนในไทยนั้น นายแสวง ยืนยันว่ามีระบบติดตามที่ชัดเจนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าบัตรจะมาถึง และถูกคัดแยกส่งไปยัง 400 เขต ได้อย่างถูกต้องและทันเวลา
นายแสวง ระบุต่อว่า ประเด็นที่ปรับปรุงคือใช้รหัสเขตเลือกตั้ง 400 เขต แทนรหัสไปรษณีย์ โดยย้ำว่าตัวเลขบนหน้าซองคือ "รหัสเขต" ไม่ใช่รหัสไปรษณีย์ เพื่อให้การส่งบัตรไปยังเขตต่าง ๆ ถูกต้องแม่นยำที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ กปน. เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากความเคยชิน ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อาจใช้รหัสไปรษณีย์
ส่วนการเตรียมความพร้อมของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายแสวง กล่าวว่า ตัวของผู้ใช้สิทธิ์ ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชน แม้หมดอายุ ใบขับขี่ หรือบัตรที่ออกโดยหน่วยงานราชการที่มีรูปถ่ายและเลข 13 หลัก รวมถึงสามารถใช้แอป ThaiID ในการแสดงตัวตนได้
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอำนวยความสะดวก เนื่องจากบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเป็นบัตรโหลที่มีเพียงหมายเลขและช่องลงคะแนน กกต. จึงมีนโยบายติดตั้งป้ายไวนิลระบุรายละเอียดผู้สมัครและพรรคการเมืองไว้ที่หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการกำชับและอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย กปน. อย่างเข้มงวดเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน
ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เพิ่งเกิดความไม่สงบ หรือพื้นที่ชายแดนมีความกังวลเรื่องความมั่นคง นายแสวง ระบุว่า กกต. มีแผนรับมือไว้แล้ว หากเกิดเหตุฉุกเฉิน กฎหมายอนุญาตให้ย้ายหน่วยเลือกตั้งภายในเขต หรือหากจำเป็นจริง ๆ อาจพิจารณา งดลงคะแนนในหน่วยนั้นเป็นการชั่วคราว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วย มีอำนาจตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้า เช่น กรณีภัยธรรมชาติหรือเหตุสุดวิสัย
นอกจากนี้ นายแสวง ยังได้ฝากถึงกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การทำบัตรชำรุด พบข้อมูลว่ามีการฉีกบัตรใน 14 จังหวัด รวม 19 ราย ซึ่งต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแม้บางรายจะอ้างว่าไม่ตั้งใจก็ตาม
ส่วนกรณีผู้สมัครแพ้ โหวตโน (Vote No) ในพื้นที่ อบต.ท่าชะมวง สงขลา หากคะแนนโหวตไม่เลือกผู้ใดสูงกว่าคะแนนผู้สมัคร จะต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครเดิมในรอบนั้นจะไม่สามารถกลับมาลงสมัครได้อีก