ส.พัฒนาทวายท้วงรัฐบาล เดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ควรฟังปชช.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สมาคมพัฒนาทวาย ท้วงเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายควรฟังเสียงประชาชนท้องถิ่นด้วย แนะทำตามกติกาสากล กสม.เตือนการลงทุนในพม่า ระวังปัจจัยอ่อนไหวกรณีกลุ่มชาติพันธุ์ ต้องเคารพสิทธิมนุษยชน

วันนี้ (3 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทานซิน ผู้ประสานงานสมาคมพัฒนาทวาย รัฐทวาย ประเทศพม่า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลไทยนำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำนักธุรกิจไทยไปพบกับผู้นำพม่า รวมทั้งนักธุรกิจพม่าเพื่อเชื่อมต่อเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่จะมีการลงนามเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อ ว่าเป็นความชัดเจนมากว่ารัฐบาลไทยต้องการสร้างโอกาสทางธุรกิจในช่วงรัฐบาลใหม่ของพม่าที่นำโดยนางอองซาน ซูจี และไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเป็นความพยายามรื้อโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการสร้างเขื่อน โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งประชาชนท้องถิ่นไม่สนับสนุนขึ้นมาใหม่

ขณะที่บริษัทที่ได้รับเชิญในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจด้านอุตสาหกรรม จึงน่ากังวลยิ่งว่าการพัฒนาจะเป็นการแย่งชิงทรัพยากรภูมิภาคที่นำไปสู่การพัฒนาขนาดใหญ่ เช่น การแย่งชิงที่ดิน การตัดไม้ และอื่นๆโดยอ้างเหตุผลในการพัฒนา

นายทานซิน กล่าวว่า คนทวายควรมีพื้นที่ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระดับภูมิภาคเพราะมีบทเรียนมากมายในการพัฒนาแบบบนลงล่างที่ล้มเหลว รวมทั้งเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมที่แท้จริงซึ่งสำคัญมากในกระบวนการพัฒนาซึ่งต้องมาจากความต้องการที่แท้จริง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกับภาคธุรกิจมักใช้คำพูดว่าเป็นการพัฒนาซึ่งจริงๆแล้ว เป็นเพียงการพัฒนาธุรกิจเท่านั้น โดยรัฐบาลพยายามหาเหตุผลมาอ้างความสำเร็จ ทั้งๆที่สิ่งสำคัญคือกระบวนการหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยต้องอยู่บนฐานความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

“โครงการระหว่างรัฐต่อรัฐเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือนักลงทุนและรัฐบาลต่างชาติควรฟังเสียงของประชาชนในท้องถิ่นด้วย ควรปฏิบัติให้เกิดความเป็นธรรมทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยยึดตามบทบัญญัติของสากล” นายทานซิน กล่าว

ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. กล่าวว่า เป้าหมายในการร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ดี แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงการเคารพ คุ้มครอง เยียวยา สิทธิมนุษยชน เนื่องจากพื้นที่ที่จะมีการลงทุนในพม่า ส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาติพันธุ์และมีความอ่อนไหว จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง จึงควรใช้หลักการมีส่วนร่วมให้ชุมชนท้องถิ่นได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งการมาตรการเยียวยาอย่างเป็นธรรมหากไม่สามารถป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นางเตือนใจ กล่าวต่อว่า ควรนำมติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เรื่องรับทราบผลการพิจารณาดำเนินการตามรายงานผลการพิจารณาคำร้องที่มีข้อเสนอแนะนโนบายเรื่องสิทธิชุมชน กรณีการดำเนินโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเขตเศรษฐกิจทวาย ในสหภาพเมียนมา ซึ่งกสม. ชุดก่อนหน้านี้ได้รับคำร้องเรียนและได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนทวาย

โดยกสม.ได้มีข้อเสนอแนะต่อ คณะรัฐมนตรี ว่า 1.บริษัทควรดำเนินการชดเชยเยียวยาความเสียหาย โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม ให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรม  2.ครม. ควรจัดตั้งกลไกและกำหนดภารกิจการกำกับลงทุนในต่างประเทศของผู้ลงทุนสัญชาติไทย โดยนำหลักการแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน และหากรัฐบาลประสงค์จะแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองในระดับที่สูงขึ้น ควรกำหนดยุทธศาสตร์การลงทุนของประเทศที่มีสาระเรื่องสิทธิมนุษยชนไว้ด้วย และทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

“ในปีนี้ กสม. ได้เน้นเป้าหมายหลัก 3 เรื่อง คือ ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จึงอยากให้รองนายกรัฐมนตรีฯ นำยุทธศาสตร์เหล่านี้ในการพิจารณากรอบการลงทุนในเมียนมาด้วย” นางเตือนใจ กล่าว
 

ขอขอบคุณภาพ : อำนาจ เกดชื่น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ