การเผชิญหน้าระหว่างทหารกับพระสงฆ์และกลุ่มลูกศิษย์ที่สนับสนุนวัดพระธรรมกาย เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาราว 6.00 น. บนที่ดิน 130 ไร่ จุดก่อสร้างอาคารบุญรักษา จะเห็นว่ารอบนี้มวลชนของวัดมีจำนวนไม่น้อย โดยพระสงฆ์จะอยู่ด้านหน้าสุด และพระผู้นำคอยสั่งการให้มวลชนเคลื่อนแถวบังคับให้ทหารถอยหลังเป็นจังหวะ
ส่วนฝั่งทหารใช้กำลังประมาณ 20 นาย ตั้งเป็น 1 แถว เมื่อแนวของพระสงฆ์และกลุ่มลูกศิษย์ขยับ ทหารก็จะมีคำสั่งให้ถอยทีละ 5-10 ก้าว เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังฝ่ายสนับสนุนวัดพระธรรมกายไม่พอใจที่ทหารนำรั้วลวดหนามไปติดตั้ง เพราะเข้าใจว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติบุกเข้าค้นวัดตามที่ประกาศเมื่อวาน
ทันทีที่ทหารถอนกำลังหลังรื้อรั้วลวดหนาม ตามคำร้องขอของฝ่ายวัดพระธรรมกาย กลุ่มลูกศิษย์วัดได้นำแผงเหล็กมากั้นรอบพื้นที่ และนำท่อปูนพร้อมกับดินมาปิดทางเข้าฝั่งอาคารบุญรักษา และให้มวลชนมานั่งสมาธิขวาง
เหตุการณ์เผชิญหน้ารอบนี้ทางวัดอ้างว่า ไม่ได้ต้องการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการปะทะ แต่ได้ตั้งคำถามถึงทหารว่า การเข้ามาประชิดพื้นที่รอบที่ดิน 196 ไร่ ได้ขออนุญาตหรือไม่ โดยเรื่องนี้พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส อ้างว่า อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พระสงฆ์และลูกศิษย์ตกใจ
ส่วนที่มีการระบุว่า พระทัตตชีโว ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นวัดพระธรรมกายรอบสอง พระสนิทวงศ์ อ้างว่า อาจเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อน เพราะทางวัดร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เสมอมา โดยเรื่องนี้ พระทัตตชีโว เป็นเพียงผู้ประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มลูกศิษย์ และเคยชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มลูกศิษย์แล้ว แต่ไม่เป็นผล การประกาศไม่ให้เข้าค้นวัดจึงจุดยืนของกลุ่มลูกศิษย์
สำหรับจุดที่มีการเผชิญหน้ากันในช่วงเช้าวันนี้ คือ พื้นที่ 130 ไร่ ที่ตั้งอาคารบุญรักษา จุดนี้อยู่ใกล้กับพื้นที่ 196 ไร่ ที่มีการข่าวปรากฎว่า พระธัมมชโยยังอยู่ภายในนั้น
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อธิบายว่า ตลอดการปฏิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าพยายามหลีกเลี่ยงและลดเงื่อนไขที่จะเกิดความรุนแรงมาโดยตลอด แต่ก็มีความจำเป็นต้องเดินหน้า ติดตามตัวพระธัมมชโย ในฐานะผู้ต้องหาที่มีหมายจับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ โดยประกาศชัดว่า หากจะต้องใช้เวลาเป็นปีก็ต้องทำ
หากปฏิบัติการค้นวัดพระธรรมกายจบลงด้วยการไม่พบตัวพระธัมมชโย พลเอกประวิตร ยืนยันว่า รัฐบาลจะต้องหาแนวทางจัดการให้วัดพระธรรมกาย เป็นเหมือนวัดอื่น คือ ประชาชนสามารถเข้าออกใช้พื้นที่วัดได้อย่างปกติ เรื่องนี้สอดคล้องกับนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายยึดหรือทำลายวัด แต่เมื่อได้ข้อยุติ จะต้องบริหารจัดการวัดใหม่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ พระสงฆ์ และ ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ไม่รวมกลุ่มขัดขวาง เพื่อลดปัจจัยที่จะเกิดความรุนแรง