ถอดสมการข่าว EP.26 “ตัดช่องทางสื่อ DSI ไม่สนจุดอ่อน มุ่งจู่โจม “จุดแข็ง” ธรรมกาย”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




โดย สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา

เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้จริง เมื่อในเช้าวันนี้ (3 มี.ค.60) การแถลงข่าวประจำวันของวัดพระธรรมกาย เปลี่ยนแปลงไป “ไร้เงา” ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ที่เคยออกมาแถลงข่าวเป็นประจำ

เป็นพระลูกวัด ที่บอกว่า อยู่ในฝ่ายสื่อสารองค์กร ออกมาอ่านแถลงข่าวแทน โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการวัด

ตัวรุกของวัดพระธรรมกาย จึงน้อยลงทุกที

หลังโพสต์ข้อความเกี่ยวกับสาเหตุการตายของศิษย์วัดพระธรรมกาย ในพื้นที่ 58 ไร่ โดยที่เฟซบุ๊กของพระสนิทวงศ์ ระบุว่า หญิงที่เป็นโรคหอบหืดรายนี้ เสียชีวิตเพราะหน่วยกู้ภัยมาถึงที่พักของคนป่วยช้า เนื่องจากติดการประสานงานของดีเอสไอ ที่ต้องประสานงานนาน จากการควบคุมพื้นที่รอบวัดตามมาตรา 44 ต้องใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง 10 นาที

หลังจากนั้น ดีเอสไอ ใช้ทั้งตำรวจและกู้ภัยออกมาแถลงโต้ทันที ว่าข้อความที่โพสต์ผ่านชื่อพระสนิทวงศ์ “เป็นเท็จ” โดยเฉพาะกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือ ยืนยันว่า ไม่ต้องรอการประสานงานใดๆ จากดีเอสไอ ไม่ถูกด่านเจ้าหน้าที่สกัดกั้นเลย และใช้เวลาไปถึงผู้ป่วยน้อยกว่าข้อมูลที่วัดพระธรรมกายแจ้งผ่านเฟซบุ๊กมาก

ผมคงไม่ตัดสินว่า ข้อมูลจากฝ่ายไหนเป็นของจริง เพราะไม่รู้จะใช้หลักความเชื่อจากไหนมาตัดสิน จนกว่าจะมีข้อพิสูจน์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ออกมา และที่สำคัญ คือ ใครโกหก ไม่ใช่เป้าหมายของบทความชิ้นนี้

แต่ที่แน่ๆ หลังจากเกิดเรื่องนี้ ชื่อของ พระสนิทวงศ์ ก็ถูกกล่าวถึงทันทีจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า เตรียมดำเนินคดีฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขัดคำสั่ง คสช. โดยมีหมายเรียก 2 ครั้งแล้ว ไม่สามารายงานตัว จึงเตรียมออกหมายจับ และกำลังพิจารณาว่าการกระทำนี้ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ฐาน ปลุกปั่น ยุยง ด้วยหรือไม่

ตั้งแต่เย็นเมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้ (3 มี.ค.60) จึงไม่มี “พระสนิทวงศ์” ออกมาให้ข่าวจากฝ่ายวัดพระธรรมกายอีก

ครั้งสุดท้ายที่เห็น คือ ช่วงสายเมื่อวานนี้ (2 มี.ค.60) ซึ่งพระสนิทวงศ์ บอกว่า “การให้ข่าวของเขา ไม่ควรถูกกล่าวหาว่าขัดคำสั่ง คสช. เพราะเป็นการให้ข้อมูลของฝ่ายวัด ไม่มีเจตนาปลุกปั่น และในข้อตกลง ไม่มีระบุว่า ห้ามแถลงข่าว”

ดังนั้น “เข้า” หรือ “ไม่เข้า” ฐานความผิด เชิญท่านผู้อ่านพิจารณากันตามวิจารณญาณ ... แต่ที่ชัดเจน คือ นับจากนี้ไป ... พระสนิทวงศ์ จะเป็นผู้ให้ข่าวของวัดพระธรรมกายคนที่ 4 ที่หายไปจากหน้าสื่อ

คนแรก องอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ บทบาทหายไป หลังมีข่าวว่าเข้ามอบตัว ในคืนเดียวกับที่ประกาศใช้มาตรา 44

คนที่ 2 พระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร หรือ ผู้ช่วยพระสนิทวงศ์ ทบาทหายไปทันที หลังดีเอสไอแจ้งว่า เข้ารายงานตัวแล้วตามหมายเรียกพระ 14 รูป โดยเป็น 1 ใน 2 รูป ที่รายงานตัว

คนที่ 3 นายอัยย์ เพชรทอง ศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่มีบทบาทเป็นผู้เดินสายดีเบตความคิดตามทีวีหลายช่อง และเป็นผู้แถลงข่าวที่จุดรวมพล ตลาดกลางคลองหลวง รายนี้โดนไป 5 ข้อหาหนัก แต่ปล่อยตัวไปด้วยเงื่อนไข “ห้ามแถลงข่าวหรือจัดกิจกรรม หรือเคลื่อนไหว ใดๆ เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายอีก

และคนที่ 4 ก็คือ พระสนิทวงศ์  ...

นั่นหมายความว่า จากนี้ไป ถ้ายังมีแถลงข่าวจากวัดพระธรรมกาย ก็จะเป็นเพียงมือแถลงระดับรองลงไป ซึ่งก็มีโอกาสที่จะถูกเรียก ถูกคดีเป็นรายที่ 5 ที่ 6 ต่อไป ในอีกไม่นาน ... ในยุคที่ สงครามการข่าว ... ดุเดือดและมีผลอย่างมากต่อผลแพ้ – ชนะ ในศึกครั้งนี้

อย่าลืมว่า “การสื่อสาร” ทั้งกับมวลชนของวัดเอง และกับสังคมภายนอก เป็นจุดแข็งที่สุดของวัดพระธรรมกายมาตลอด

ในโลกออนไลน์ ก็โดนตัดช่องทางไปแล้ว จากการควบคุมสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต แม้จะยังมีการพบเพจบางเพจในเฟซบุ๊กมีความเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่แหลมคม ไม่หนักแน่นเหมือนเดิม ยังเทียบไม่ได้กับข่าวสาร ที่มาจากฝ่ายสื่อสารองค์กรโดยตรง

ในขณะที่การสื่อสาร ส่งข่าว โดยเฉพาะการตอบโต้การข่าว ของวัดพระธรรมกาย ทำได้ยากมากขึ้นทุกที มวลชนที่ตลาดกลางคลองหลวงและในวัด ก็ลดจำนวนลงทุกวัน เพราะออกได้ กลับเข้ามาไม่ได้ .... จนวันนี้ ฝ่ายดีเอสไอ ลองพยายามจะเข้ารื้อเต็นท์ดู และผมคาดว่า จะทำได้ในอีกไม่นานเช่นกัน

ในการศึกทั่วไป  ... แม่ทัพนายกองส่วนใหญ่ มักมุ่งเน้นจู่โจมไป “จุดอ่อน” ของข้าศึก ... แต่ในการศึกแบบนี้ ฝ่ายตั้งรับใช้ “ความอ่อน” ของสถานภาพมวลชน เป็นอาวุธ ... การโจมตีจากแม่ทัพดีเอสไอ จึงมุ่งเข้าหา “จุดแข็ง” ทันที

กลายเป็นว่า “จุดที่แข็งแรงที่สุด” ของวัดพระธรรมกาย กำลังถูกจู่โจมอย่างหนัก และยังหาทางแก้ไม่ได้

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

โครเอเชีย

VS

แอลเบเนีย

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ