วันนี้ (6 มี.ค. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เป็นผู้ออกมายืนยันเรื่องนี้ด้วยตนเอง โดยเขากล่าวในระหว่างการแถลงต่อรัฐสภาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า มีขีปนาวุธ 4 ลูก ถูกยิงมาจากประเทศเกาหลีเหนือในช่วงเวลาพร้อมๆ กัน โดยทำระยะได้ไกลประมาณ 1,000 กิโลเมตร และมีขีปนาวุธ 3 ลูก ที่ตกลงไปในน่านน้ำที่เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น แต่ไม่มีเรือหรือเครื่องบินได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
นายอาเบะ ยังบอกด้วยว่า การยิงขีปนาวุธครั้งนี้ ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนมติความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งญี่ปุ่นจะออกแถลงการณ์ประท้วงเกาหลีเหนือในเรื่องนี้อย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวร่วง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านการเมืองระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เงินเยนก็แข็งค่าขึ้น
ด้านเกาหลีใต้ก็ออกมายืนยันว่ารัฐบาลเปียงยางยิงขีปนาวุธจริง โดยยิงจากฐานยิงจรวด ”ทงชาง-รี” ทางตอนเหนือของประเทศซึ่งติดกับชายแดนจีน ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าเป็นขีปนาวุธชนิดใด แต่คาดว่าไม่น่าจะเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป โดยหลังเกิดเหตุ รักษาการประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ฮวัง คโย-อัน ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์ทันที โดยภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดนี้ ทำให้รัฐบาลเชื่อมั่นว่าสมควรเร่งกระบวนการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธทาด (TAAD) เป็นการด่วน
สำหรับการยิงขีปนาวุธครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ กำลังจัดการซ้อมรบร่วมประจำปี ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างมาโดยตลอดว่า การซ้อมรบร่วมเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรง และเกาหลีเหนือก็พร้อมที่จะใช้มาตรการตอบโต้ขั้นสูงสุด ซึ่งเมื่อปี 59 เกาหลีเหนือก็ยิงขีปนาวุธในช่วงเวลาการซ้อมรบร่วมเช่นเดียวกัน