กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ยืนยันว่า ยังเป็นหน่วยงานแนวหน้าที่เปิดยุทธวิธีนำเจ้าหน้าที่เข้าค้นวัดพระธรรมกาย ส่วนที่ตำรวจ-ทหาร เข้ามามีบทบาทในการปฏิบัติงานมากขึ้น ดีเอสไอ ชี้แจงว่า การวางแผนงานต่างๆ มีความจำเป็นต้องทำร่วมกันเป็นทีม เพราะสภาพพื้นที่ ยุทธวิธีตรวจสอบ สังเกตุการณ์ ต้องเอาความชำนาญของแต่ละฝ่ายมาหลอมรวมกัน เพื่อให้ภารกิจค้นวัดพระธรรมกาย ตามหาตัวพระธัมมชโยสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่บอกว่า ตำรวจเป็นเพียงกำลังสนับสนุน
ส่วนการที่วัดพระธรรมกายออกมายอมรับว่า พระชาญณรงค์ อุตตโม พระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย เคยเป็นนายทหารระดับสูง ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับการขุดคูน้ำในที่ดินอาคารบุญรักษา 130 ไร่ ที่คล้ายกับการสร้างกับดักเส้นทางคู่ต่อสู้ทางทหาร เจ้าหน้าที่ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติ เตรียมพิจารณาออกหมายเรียกให้มารายงานตัว
เป็นที่น่าสังเกตว่าที่กองบังคับการตำรวจตระเวณชายแดน วันนี้มีเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นลงอยู่หลายรอบในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีความพยายามที่จะสำรวจพื้นที่วัดพระธรรมกายทางอากาศ เพราะเข้าตรวจค้นวัดไม่ได้ทางภาคพื้นดิน
ตลาดกลางคลองหลวง พระปลัดเสกสรรค์ ยังคงแถลงประจำวัน โดยย้ำว่ากิจกรรมประจำวันของลูกศิษย์วัดพระธรรมกายยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสวดมนต์ ทำบุญ และเจริญสมาธิ แต่ที่ดูเหมือนจะแตกต่างไปจากทุกวัน คือท่าทีการแถลงข่าวของพระเสกสรรค์ ที่เวลาพูดคล้ายกับจะร้องไห้ โดยประเด็นสำคัญคือการตั้งคำถามถึงคณะรัฐบาล เรื่องการปฎิบัติกับพระพุทธศาสนา
ซึ่งวันพรุ่งนี้จะครบกำหนดหมายเรียก พระปลัดเสกสรรค์ ยืนยันจะไปตามหมายเรียก พร้อมระบุว่าไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาตามมา โดยเจ้าหน้าที่ ได้เตรียมกำลังส่วนหนึ่งไปรองรับสถานการณ์ที่ สภ.คลองหลวง เพราะเชื่อว่าระหว่างที่พระปลัดเสกสรรค์เดินทางไปรายงานตัว จะต้องมีมวลชนวัดพระธรรมกายเดินทางไปด้วย เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินจึงต้องวางกำลังไว้