ออกตัวชัดเจนว่าไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะยืนยันหรือปฏิเสธว่ารายงานการแฮ็กอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์เพื่อสอดแนมประชาชนชาวอเมริกันของทำเนียบขาวที่ถูกเผยแพร่โดยเว็บไซต์วิกิลีกส์เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ในทางกลับกัน โฆษกทำเนียบขาว ชอน สไปเซอร์ มีอีกมุมมองต่อเรื่องนี้ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการแถลงข่าวประจำวันกับสื่อมวลชน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตั้งข้อสังเกตุว่าสังคมอเมริกันมีการปฏิบัติต่อเรื่องแฮ็กข้อมูลแบบสองมาตรฐาน
โฆษกรัฐบาลหยิบยกเอาเหตุการณ์แฮ็กอีเมล์ของบุคคลระดับสูงในพรรคเดโมแครต ขณะที่นางฮิลลารี่ คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันในฐานะตัวแทนพรรครีพับลิกัน กำลังอยู่ระหว่างการขับเคี่ยวหาเสียงขึ้นมาเปรียบเทียบ ในครั้งนั้นผลจากการแฮ็กข้อมูลทำให้เห็นว่าพรรคเดโมแครตพยายามกีดกันผู้เข้าแข่งขันรายอื่นๆ และสนับสนุนฮิลลารี่ให้เป็นตัวแทนพรรค ความไม่โปร่งใสภายในพรรคทำให้คะแนนนิยมของเธอร่วงอย่างหนัก และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เธอแพ้เลือกตั้งในที่สุด
สไปเซอร์ ตั้งข้อสังเกตุว่า กรณีการแฮ็กข้อมูลพรรคเดโมแครตครั้งนั้น สังคมมีความตื่นตัวสูง มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ และหลายๆคนก็ดูจะโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก แต่น่าสนใจว่าเมื่อมีข่าวการแฮ็กข้อมูลประชาชนโดยซีไอเอ สังคมอเมริกันกลับไม่มีความโกรธเคืองในแบบเดียวกัน ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า เนื่องจากเกี่ยวพันต่อความมั่นคงของชาติ สิทธิส่วนบุคคล และความเป็นอยู่ของคนอเมริกันทุกคน นี่จึงเป็นเรื่องที่สองมาตรฐานอย่างชัดเจน
แต่ขณะที่โฆษกรัฐบาลสร้างวาทกรรมสองมาตรฐาน โจมตีบรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครตและกลุ่มคนที่ต่อต้านทรัมป์อยู่นั้น ตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ถูกจับตามองว่าจะปฏิบัติต่อเรื่องนี้สองมาตรฐานด้วยหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยออกโรงชื่นชมวิกิลีกส์ที่ตีแผ่ข้อมูลจากการแฮ็กอีเมล์ผู้บริหารพรรคเดโมแครต จนถึงขั้นประกาศเชิญชวนให้รัสเซียแฮ็กข้อมูลให้มากขึ้นอีก เขากล่าวเอาไว้ในเวลานั้นว่า “การไม่มีความลับเป็นเรื่องที่ดี” มาตอนนี้สังคมอเมริกันจึงจับตาว่าเขาจะแสดงจุดยืนในเรื่องนี้อย่างไร จะยืนยันจุดยืนเดิม เห็นด้วยกับการแฮ็กก็ดูจะเป็นไปไม่ได้สำหรับประธานาธิบดี แต่ถึงแม้อยากประณามการแฮ็กที่เกิดในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา มากแค่ไหน ก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะจะเท่ากับเป็นการกลับลำในจุดยืนเดิม
การวางตัวลำบากในเรื่องนี้แสดงออกให้เห็นชัดเจนในทวิตเตอร์ @realdonaldtrump ช่องทางสื่อสารหลักของทรัมป์ ที่ไม่ปรากฎว่ามีการพูดถึงเรื่องนี้ ออกจะแตกต่างจากนิสัยใจร้อน ปากเร็ว มือไวของเขา ที่ทวิตเกี่ยวกับแทบทุกเรื่องที่กำลังเป็นประเด็น
มีก็แต่เพียงโฆษกทำเนียบขาวคนเดิมที่ออกตัวแทนว่า การแฮ็กข้อมูลทั้งสองกรณีไม่เหมือนกัน เพราะกรณีของฮิลลารี่ เป็นแค่มุมมองที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีต่อบุคคลรับสมัครเลือกตั้งของพรรคๆหนึ่ง แต่กรณีหลังนี้เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของชาติ