การบังคับใช้กฏหมายกับคนเกือบ 1,400 ล้านคน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เชื่อไปถามบรรดาผู้บริหารประเทศของจีนดูได้ เพราะกว่า 60 ปีที่ประธานาธิบดี รวมถึงคณะผู้บริหาร พยายามสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน รวมถึงข้าราชการ ให้ใช้กฏหมายไปในทิศทางเดียวกัน แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด
อุปสรรคที่คอยขัดขวางไม่ให้จีนทำสำเร็จก็คือ ความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนตัวกฎหมายเองแทบตามไม่ทัน แต่ที่สำคัญคือ การทะเลาะเบาะแว้งกันเอง ของกลุ่มผู้บริหาร ก็เลยทำให้ระบบกฏหมายของจีนล้าหลังมาโดยตลอด
แต่ในการประชุมสภาประชาชนเมื่อก่อนหน้านี้ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี ประกาศจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ โดยเสนอว่า รัฐบาลควรจะกำหนดข้อปฏิบัติ เพื่อให้ทุกคนในชาติไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการ เข้าใจตัวบทกฎหมาย และนำไปใช้ในทิศทางเดียวกัน
เรื่องที่เกิดเป็นปัญหาบ่อยที่สุดก็คือ กฏหมายถือครองที่ดิน กฏหมายหมิ่นประมาท และการหย่าร้าง และที่สร้างความปวดหัวมากกว่าใครก็คือกฏหมายถือครองที่ดิน เพราะรัฐบาลไม่อนุญาตให้ประชาชนเป็นเจ้าของที่ดิน จะเป็นเจ้าของได้ก็เพียงสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับประชาชนมาโดยตลอด รัฐบาลก็เลยอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันอีก
แต่ข้อปฏิบัติที่รัฐบาลจีนต้องการนำมาใช้นี้ ก็ยังมีประเด็นปลีกย่อยหลายข้อ ที่สร้างความกังวลให้กับนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน อย่างเช่นกฏหมายหมิ่นประมาทวีรบุรุษของชาติ ซึ่งถูกมองว่า เป็นเพียงความพยายามปิดปากประชาชน ไม่ให้วิพากวิจารณ์คนในรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเท่ากับการจำกัดเสรีภาพของประชาชนนั่นเอง
ตรงข้ามกับมุมมองของคนในรัฐบาลที่บอกว่า การกำหนดข้อปฏิบัตินี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ว่าจีนนั้นไม่ใช่แค่มีความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ในแง่ของกระบวนการยุติธรรม ก็มีความทันสมัยและเป็นสากล ถึงขั้นพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลกในทุกด้านได้อย่างแน่นอน
ประธานาธิบดีสีประกาศว่า จะพยายามคลอดข้อควรปฏิบัตินี้ให้ได้ภายในปี 2020 แต่ดูจากปัญหาที่เรื้อรังมานานกว่า 60 ปีแล้ว ความปรารถนาของสีคงยากจะเกิดขึ้นได้ภายในเวลาเพียง 3 ปีนับจากนี้