นาย เดอร์ริค วัตสัน อัยการรัฐบาลกลางประจำเขตมลรัฐฮาวาย แย้งหลักฐานที่ทำเนียบขาวนำมาอ้างว่า คำสั่งแบนประชาชนจาก 6 ชาติมุสลิมฉบับใหม่นี้จำเป็นต่อความมั่นคง เช่นเดียวกับนักการเมืองที่มลรัฐฮาวายเคยเตือนทำเนียบขาวไปแล้ว ว่าคำสั่งแบนของทรัมป์จะทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงกีดกันแรงงานและนักเรียนจากต่างประเทศ ซึ่งวัตสัน มองว่าเป็นการละเมิดมาตราแรกของรัฐธรรมนูญสหรัฐ
สำหรับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนี้ มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนคำสั่งบนจะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ซึ่งคำสั่งแบนฉบับปรับปรุงของทรัมป์ จะเป็นการห้ามประชาชนจาก 6 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ เป็นระยะเวลา 90 วัน ส่วนผู้อพยพจาก 6 ประเทศจะเข้าสหรัฐไม่ได้ 120 วัน
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐก็แสดงอาการไม่พอใจเช่นเดิม บอกว่าเป็นการก้าวก่ายอำนาจรัฐครั้งประวัติศาสตร์ และทำให้สหรัฐ ดูอ่อนแอ และเขาได้ย้ำมาตลอดว่าคำสั่งพิเศษของเขาจำเป็นสำหรับการป้องกันประเทศจากการก่อการร้าย ขณะที่ฝ่ายต่อต้านก็โต้ว่าเป็นคำสั่งที่เหยียดเชื้อชาติและเลือกปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน วันนี้ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นจาก 0.75% เป็น 1% ระบุว่าหลายๆ ปัจจัยชี้วัดเป็นไปในทิศทางที่ดี คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9 ต่อ 1 เพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% แตะระดับ 1% ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์จากสัญญาณที่ต่างชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจ้างงานในเดือน ก.พ. ดีขึ้น อัตราการเงินเฟ้อสูงขึ้น และอัตราว่างงานก็ลดลงเหลือ 4.7%
เฟดเพิ่งจะมาเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเมื่อปีที่แล้วนี้เอง จากที่คงอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติกาลมานานเกือบ 10 ปี ตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2008