ราคาเอ็นจีวีสำหรับรถยนต์ทั่วไป จากกิโลกรัมละ12 บาท 50สตางค์ เป็น 13 บาท ส่วนเอ็นจีวีสำหรับรถโดยสารสาธารณะจากกิโลกรัมละ9 บาท 50 สตางค์ เป็น 10 บาท โดย กบง.ระบุว่าอนาคตจะต้องปรับขึ้นอีกเนื่องจากต้นทุนที่แท้จริงอยู่ที่ 15-16 บาท ต่อกิโลกรัม แต่ต้องรอดูสถานการณ์เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนมากเกินไป
นายอภิชาติไพรรุ่งเรือง นายกสมาคมการขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ว่าจ้างเพื่อขอปรับค่าขนส่งขึ้นเนื่องจากราคาก๊าซเอ็นจีวีที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10 และหากไม่สามารถต่อรองขอขึ้นค่าขนส่งสินค้าได้ผู้ประกอบการรถบรรทุกที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 1 แสนคันอาจทยอยหยุดขนส่งสินค้า เพราะหากวิ่งรถต่อไปก็ยิ่งขาดทุน
เช่นเดียวกับ ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะนายฉัตรไชยภู่อารีย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เอกชนกรุงเทพ หรือ รถสองแถว ระบุว่า มีผลกระทบต่อต้นทุน แม้ว่ากว่าร้อยละ70 จะใช้น้ำมันดีเซล บางส่วนร้อยละ 30 จากจำนวนรถสองแถวเอกชนในกรุงเทพฯที่มีประมาณ2,000 คัน และรถร่วม ขสมก.ประมาณ 2,000 คัน คาดว่าการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีครั้งนี้ จะส่งผลให้รถสองแถวที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ60 บาทต่อวัน หากภาครัฐยังไม่ให้ปรับขึ้นค่าโดยสารก็ขอให้พิจารณาชดเชยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
ก่อนหน้านี้ทางสมาคมได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารจากปัจจุบัน 7 บาท เป็น 10 บาท แต่เมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป ทางสมาคมเห็นว่าเรื่องของต้นทุนไม่ได้มีเฉพาะราคาน้ำมันหรือก๊าซเพียงอย่างเดียวโดยเฉพาะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นต้องการให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องดังกล่าวประกอบด้วย