ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อมีงานก่อสร้างบนถนน คือ เครื่องหมายจราจรแจ้งเตือน ตามคู่มือการใช้เครื่องหมายจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้างระบุว่า ต้องแบ่งลักษณะพื้นที่บริเวณก่อสร้าง อย่างน้อย 4 ส่วน คือ 1.พื้นที่การเตือนล่วงหน้า จุดนี้ต้องมีป้ายเตือน อันดับแรกคือ ป้ายบอกเขตงานก่อสร้าง ตามด้วยป้ายจราจรบอกเส้นทาง เช่น ทางเลี้ยว ทางเบี่ยง ทางตัน กำหนดความเร็ว 2.พื้นที่ช่วงการเปลี่ยนแปลง คือเริ่มเข้าเขตการก่อสร้าง จุดนี้จะต้องตั้งกรวยกั้นพื้นที่ โดยรอบบริเวณที่ก่อสร้าง 3.พื้นที่ก่อสร้างจริง บริเวณที่มีการก่อสร้าง และ 4.พื้นที่ช่องสิ้นสุดการก่อสร้าง ต้องมีป้ายจราจร สิ้นสุดเขตก่อสร้างบอกไว้
ทั้งนี้ หลักการนี้ต้องใช้ทั้งถนนฝั่งขาเข้าและขาออก นี่เป็นหลักการเบื้องต้นของงานก่อสร้างบนถนน ส่วนหลักเกณฑ์อื่น เช่น ระยะห่างแนวเขตก่อสร้างกับถนน การป้องกันวัสดุก่อสร้างหล่นว่าต้องทำเช่นไรถึงจะปลอดภัย ล้วนขึ้นอยู่กับการประเมินพื้นที่ของวิศกร ซึ่งตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2551 หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องเขตก่อสร้าง กำหนดไว้เพียงว่า
ขณะเดียวกันให้นายจ้างกำหนดบริเวณก่อสร้าง โดยทำรั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ที่มั่นคงแข็งแรงไว้ตลอดแนวก่อสร้างและมีป้ายบอก เขตก่อสร้าง
-ให้นายจ้างกำหนดเขตอันตรายในเขตก่อสร้าง โดยทำรั้วหรือกั้นเขตตามวัสดุที่เหมาะสมและมีป้ายเตือน เขตอันตราย หากเป็นยามวิกาลให้มีป้ายไฟสีส้มบอกให้ชัดเจน
เมื่อกฎหมายกำหนดมาเช่นนี้ ทำให้ส่วนใหญ่เราจะเห็นบริษัทผู้รับเหมาใช้สแลนสีเขียวกั้น ซึ่งในงานก่อสร้างขนาดใหญ่อย่างรถไฟฟ้า รองศาสตราจารย์ เอนก ศิริพานิชกร ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี บอกว่า ไม่เพียงพอ โดยปัญหาใหญ่สำคัญของงานก่อสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร คือ การจราจรที่ติดขัด ทำให้การกำหนดเขตก่อสร้างทำได้จำกัด พื้นที่ด้านล่างอาจกั้นในขอบเขตจริง แต่ด้านบนเรามักเห็นมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ เกินแนวกั้นออกมา
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ออกมากำหนดมาตรการความปลอดภัยในงานก่อสร้างแล้ว ว่า อนุญาตให้บริษัทผู้รับเหมาใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ยกของได้เฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น โดยต้องขออนุญาตกับรฟม.ทุกครั้ง และต้องมีวิศวกรอาวุโสของบริษัทผู้รับเหมาและบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานอย่างใกล้
ส่วนกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเจ้าของรถนิสสันมาร์ชเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา รฟม.ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่ต้องเร่งก่อสร้างในตอนกลางวัน ล่าสุดได้ไล่หัวหน้าวิศวกรที่คุมงานออกจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวแล้ว และกำลังพิจารณาว่าจะไล่ออกจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเม้น จำกัด (มหาชน)