บอร์ดพีพีพีเคาะ 6 โครงการรัฐดึงเอกชนร่วมลงทุน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คณะกรรมการพีพีพี ไฟเขียว 6 โครงการรัฐเข้าพีพีพี ฟาสต์แทร็ค รวมกว่า 6 แสนล้านบาท "สมคิด" มั่นใจเอกชนเชื่อมั่นขึ้น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 6 โครงการเข้าพีพีพี ฟาสต์แทร็ค รวมกว่า 6 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-วงแหวนกาญจนาภิเษก ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มูลค่าโครงการ 1.31 แสนล้านบาท, 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตะวันตกและช่วงตะวันออก ของ รฟม. มูลค่าโครงการ 1.95 แสนล้านบาท

สำหรับโครงการที่ 3 โครงการรถไฟฟ้าสายภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มูลค่าโครงการ 3.94 หมื่นล้านบาท , 4.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม - ชะอำ ของกรมทางหลวง มูลค่าโครงการ 8 หมื่นล้านบาท , 5.โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ - ระยอง ของ รฟท. มูลค่าโครงการ 1.52 แสนล้านบาท 

ขณะที่โครงการที่ 6 โครงการรถไฟฟ้าสายเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาของ สนข. ถึงกรอบวงเงินลงทุนที่ชัดเจน โดยเป็นโครงการที่เพิ่มจากในที่ประชุมเห็นว่ามีความสำคัญ จึงให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษา และทำกรอบวงเงิน และบรรจุเข้าพีพีพี ฟาสต์แทร็คอีก 1 โครงการ

“ที่ผ่านมาประเทศไทยเจอกระแสลบมาโดยตลอด ทำให้ความเชื่อมั่นลดลงแต่จากนี้ไปการลงทุนโครงการเหล่านี้จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น และในอีก 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจนเรื่องการแก้ไขกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะสนับสนุนให้เกิดการลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการจัดอันดับความยากง่ายประกอบธุรกิจ หรือ Doing business ที่ธนาคารโลกจะมาเก็บข้อมูลในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้” นายสมคิด กล่าว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้า 5 โครงการที่เข้าพีพีพีฟาสต์แทร็คไปก่อนหน้านี้ โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (ช่วงหัวลำโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ) ที่ได้ผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา จะมีการเริ่มต้นให้เร็วที่สุด 

นอกจากนี้ สคร.ยังจะแก้ไขพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอ ครม.พิจารณาทบทวนกฎหมายให้สามารถส่งเสริมการร่วมลงทุนกับเอกชนมากขึ้นได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ เช่น ในส่วนของที่ราชพัสดุจะมีการระบุเป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนเอกชนร่วมลงทุนมากขึ้นในกฎหมายฉบับใหม่นี้ และจะมีการแก้ไขปัญหาให้กระบวนการมีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ