วันนี้ ( 3 เม.ย.60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สถานีรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน หลังเกิดเหตุทำให้บริการรถไฟใต้ดินในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กหยุดให้บริการทุกสถานี ส่วน โฆษกผู้ว่าฯ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระบุมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 50 คน
ขณะที่สำนักข่าว Independent รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่าเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินเซนต์ปีเตอร์เบิร์กอาจเป็นการก่อการร้าย ขณะที่รัฐบาลกำลังสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงโดยยังไม่ตัดประเด็นใดๆ
ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้ชี้แจงเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดเหตุระเบิดในขบวนรถไฟใต้ดิน สถานี Sennaya Ploshchad และสถานี Technological Institute นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีรายงานข่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 10 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 50 ราย หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุระเบิดในเบื้องต้นและทางการกำลังสืบสวนหาสาเหตุ และสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กปิดทำการชั่วคราวแล้ว
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับกลุ่มคนไทย และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ พร้อมขอให้คนไทยในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและเมืองใหญ่ต่าง ๆ อยู่ในที่พัก หลีกเลี่ยงการเดินทางและหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชน รวมทั้งติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ติดตามข่าวทาง Facebook Page ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/rtemoscow) หากมีผู้ใดต้องการความช่วยเหลือโปรดติดต่อได้ที่ +79169392155