ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก น.ส.หนึ่งฤทัย นากา อายุ 34 ปี ว่าตนเองได้ทำโทรศัพท์หาย และมีคนเก็บได้ แต่ไม่ยอมคืนให้ ระบุว่าจะคืนให้ก็ต่อเมื่อจ่ายเงินค่าไถ่ 5,000 บาทเท่านั้น ขอให้เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจสอบบริเวณซอย นิวพลาซ่าตัดบัวขาว แต่เมื่อไปถึงพบ น.ส.สายฝน มูลจันทร์ อายุ 45 ปี อยู่ในอาการโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ว่า ตนเองไม่ได้ขโมยมา เพราะฉะนั้นจะเรียกค่าไถ่เท่าไหร่ก็ได้
ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูโทรศัพท์ของผู้เสียหายพบว่า น.ส.น้ำฝน ได้ปิดเครื่องและซุกซ่อนไว้ที่หน้าท้องโดยเหน็บไว้กับกางเกง ยืนยันไม่ยอมคืนโทรศัพท์จะคืนต้องไปตกลงกันที่โรงพักเท่านั้น เมื่อมาถึงโรงพักเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า หากตอนนี้นางสาวน้ำฝนไม่คืน จะกลายเป็นคนยักยอกทรัพย์ของคนอื่น หากเจ้าทุกข์เอาเรื่อง ตำรวจก็จะดำเนินคดีทันที ทำให้นางสาวน้ำฝนยอมคืนให้
ด้านน.ส.หนึ่งฤทัย (ผู้เสียหาย) เปิดเผยว่า ลืมโทรศัพท์ไว้ที่ร้านสะดวกซื้อประมาณ 5 นาที เมื่อโทรไปปรากฏว่าถูกเรียกเก็บเงินสูงถึง 5,000 บาท ตนเองได้ต่อรองเหลือ 1,000 บาท แต่ นางสาวน้ำฝนไม่ยอมบอกว่าเครื่องนี้ราคาสูงถึง 30,000 บาท จะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ ที่จริงไม่อยากจะเอาเรื่องกับน.ส.สายฝน เพราะตนเองกำลังท้อง แต่น.ส.น้ำฝนนั้นยืนยันจะขอเงินค่าไถ่จำนวน 5,000 บาท ทั้งยังปิดเครื่องหนีอีก จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป