ผู้แทนของ 7 ประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรม หรือ “G7” ร่วมประชุมด่วน ที่เมืองทัสคานี ประเทศอิตาลี เพื่อขอความกระจ่างจากสหรัฐฯ ว่าเพราะเหตุใดถึงได้ยิงจรวดถล่มซีเรีย และรวมถึงนโยบาลของสหรัฐฯ ที่มีต่อซีเรียในขณะนี้ ขณะเดียวกัน ชาติสมาชิกจะหาข้อสรุปเกี่ยวกับจุดยืนที่มีร่วมกันต่อความขัดแย้งในซีเรีย และหวังว่าจะสามารถกดดันรัสเซียให้ลดการสนับสนุนรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ได้
โดยนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า จะมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของกองทัพซีเรีย และเจ้าหน้าที่รัสเซียที่ให้การสนับสนุน
ก่อนหน้านี้ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ตำหนิรัสเซียที่ไม่สามารถยับยั้งรัฐบาลซีเรียจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในจังหวัดอิดลิบ แต่ สหรัฐฯ จะยังไม่เปลี่ยนท่าทีทางทหาร แม้ว่าจะมีการโจมตีฐานทัพอากาศซีเรีย โดยเป้าหมายหลักของสหรัฐฯ ในซีเรียคือการปราบปรามกลุ่มไอเอส
อย่างไรก็ตาม นายทิลเลอร์สัน ก็ระบุว่า การที่สหรัฐฯ ยิงถล่มซีเรียนั้น เสมือนเป็นคำเตือนไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเกาหลีเหนือว่า สหรัฐพร้อมจะโจมตีแบบเดียวกับที่ทำกับซีเรีย หากประเทศนั้นๆ ทำตัวเป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก ซึ่งทำให้นานาชาติเกิดความสับสนกับท่าทีของสหรัฐฯ รวมถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบพิฆาตมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรเกาหลี
ขณะเดียวกัน ผู้แทนพิเศษด้านสันติภาพและความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี ของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้ออกแถลงการณ์หลังประชุมวาระพิเศษกับผู้แทนจากรัฐบาลจีน ว่าทั้งเกาหลีใต้และจีน จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ โดยเห็นพ้องว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้เป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้นหากเกาหลีเหนือมีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธอีกในอนาคต