ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การนาซาระบุว่า ดาวเคราะห์น้อยโคจรเฉียดโลก โดยระยะห่างดังกล่าวถือว่าใกล้มากสำหรับดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ แต่ยังถือว่าเป็นระยะที่ปลอดภัย สำหรับดาวเคราะห์น้อยนี้มีชื่อว่า 2014 JO25 โดยพื้นผิวของดาวสามารถสะท้อนแสงได้มากกว่าดวงจันทร์ 2 เท่า ซึ่งในช่วงที่โคจรผ่านโลก จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน แม้ว่าจะใช้เพียงกล้องดูดาวขนาดเล็ก แต่จะมองเห็นได้ 1-2 คืน เท่านั้น
ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์คาดว่า อีกเกือบ 500 ปี ถึงจะมีดาวเคราะห์น้อยขนาดไล่เลี่ยกับ 2014 JO25 โคจรผ่านโลกในระยะใกล้เช่นนี้อีก
ขณะเดียวกัน นาซาเตรียมแถลงการค้นพบสำคัญบน 2 ดวงจันทร์บริวาร โดยเป็นภาพถ่ายที่ได้จากยานอวกาศแคสซินี่ที่ถูกส่งไปสำรวจดาวเสาร์ตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงไอน้ำที่ระเหยสู่อวกาศของดวงจันทร์เอนเซลาดัสซึ่งพื้นที่เกือบทั้งหมดปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็งหนาทึบ โดยขณะที่ยานดังกล่าวบินผ่านไอน้ำจากดวงจันทร์เอนเซลาดัส ยังตรวจพบสัญญาณของซากสิ่งมีชีวิตหรืออินทรีย์สารด้วย
ส่วนดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัส นาซาได้ค้นพบเมื่อเดือน ก.ย ปีที่แล้วว่ามีไอน้ำระเหยออกมาจากแผ่นน้ำแข็งเช่นกัน ทำให้ดวงจันทร์ทั้งสองกลายเป็นสถานที่ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะพบสิ่งมีชีวิตนอกโลกมากที่สุด ซึ่งนาซาอยู่ในช่วงเตรียมการเพื่อทำการสำรวจและค้นคว้าต่อไป