ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงตรวจสอบพื้นที่น้ำตกคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หลังจากได้รับแจ้งว่าน้ำตกของเขตพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วที่ 3 คลองนารายณ์ มีสีส้มตลอดสายเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร เมื่อไปถึงพบว่าตามแอ่งน้ำตกกลายเป็นสีส้ม ตามจุดที่เล่นน้ำตื้นเขินจนหมด เจ้าหน้าที่ต้องปักป้ายห้ามประชาชนทั่วไปเข้าพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย
นายสมยศ เพ็ชรมุนี หัวหน้าเขตพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วที่ 3 คลองนารายณ์ และเจ้าหน้าที่ได้พาผู้สื่อข่าวขึ้นไปดูยังจุดต้นน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ ระหว่างทางที่เดินขึ้นไปนั้น สายน้ำตกและแอ่งน้ำกลายเป็นสีส้มทั้งหมด ปลาที่อาศัยอยู่ก็ทยอยตาย เนื่องจากไม่มีอากาศหายใจ
ทั้งนี้ เมื่อขึ้นถึงด้านบนพบว่า ดินภูเขาได้สไลด์ลงมาเป็นจำนวนมาก เมื่อผสมน้ำ น้ำจึงกลายเป็นสีส้ม ไหลไปตามซอกตามแอ่งน้ำต่างๆ นายสมยศ เพ็ชรมุนี หัวหน้าเขตพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วที่ 3 คลองนารายณ์ ได้กล่าวว่าสาเหตุที่เกิดปรากฏการณ์น้ำตกสีส้มนั้น เกิดจากเมื่อคืนวันก่อนนี้ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง จนดินอุ้มน้ำไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีร่องน้ำไหลใต้ดินอยู่ด้วย ทำให้พื้นดินรับน้ำหนักไม่ไหว ดินจึงเกิดพังทลายและสไลด์ลงมาตามร่องน้ำตก บริเวณที่ดินสไลท์โคลนถล่มเป็นเชิงหน้าผาภูเขาสูงประมาณ 100 เมตร ถล่มลงมาเป็นพื้นที่กวางประมาณ 2 ไร่ ปิดเส้นทางน้ำตกทำให้น้ำเปลี่ยนเส้นทาง โคลนไหลลงมาท่วมแอ่งน้ำตกแอ่งที่ลึกประมาณ 2 -3 เมตร จนเต็ม น้ำไหลลงมาเป็นสีส้ม แดงตลอดลำธาร เบื้องต้นตอนนี้ได้ห้ามประชาชนเข้าเล่นน้ำก่อน เพราะเกรงจะเกิดอันตรายจากดินเลนที่อาจดูดได้ และต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลาย รอฝนตกลงมาชะล้างดินลงไปก่อน และขณะนี้น้ำปนดินดังกล่าวได้กำลังไหลลงสู่หมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 5 หมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือ หมู่ที่ 1-2 เพราะเป็นต้นน้ำ
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่เขตพิทักษ์อุทยานฯ ตำรวจ ตชด. อส.และชาวบ้านจิตอาสา ได้ช่วยกันเร่งทำฝายดักตะกอนและดินโคลนที่ไหลลงมาจากน้ำตกคลองนารายณ์เพื่อป้องกัน ดิน โคลนจะไหลไปกับน้ำส่งผลกระทบต่อสวนผลไม้ที่อยู่ด้านล่างของน้ำตกคลองนารายณ์ ซึ่งเครื่องสูบน้ำไม่สามารถสูบน้ำไปใช้ได้เนื่องจากเป็นดินเลน และยังได้ช่วยกันเก็บซากของปลาที่ตายขึ้น เนื่องจากเกรงว่าจะเน่าและส่งกลิ่น