วันนี้ (21 เม.ย.60) ทีมข่าวพีพีทีวี ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับนายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย พบว่า นอกจากถังไนโตรเจน แล้ว ยังตรวจพบ เอกสารที่ ออกโดย คลินิก 2 แห่ง ที่ผู้ต้องหา อ้างว่า เป็นแหล่งที่รับอสุจิมา มีทั้งชื่อแพทย์และรายละเอียดของอสุจิในถัง ที่ระบุว่าเป็นของชายชาวจีนและเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดว่าอสุจิที่บรรจุมาในหลอดมีลักษณะแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรค
ส่วนพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ในรอบ 1 ปี พบว่า เดินทางผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่จังหวัดหนองคาย เพื่อข้ามไปลาว ทั้งหมด 11 ครั้ง และ เดินทางผ่านด่านอรัญประเทศ เพื่อข้ามไป กัมพูชา 13 ครั้ง
จากการสอบปากคำนายท็อป รับสารภาพว่า เขามีหน้าที่นำอสุจิและตัวอ่อนนำไปส่งที่คลินิกในประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท โดยทุกครั้งจะต้องไปรับอสุจิและตัวอ่อนที่บรรจุใส่ถังไนโตรเจน จากนายยู ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนนายยูจะมีหน้าที่รับอสุจิและตัวอ่อนจาก 4 สถานประกอบการพยาบาล ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ หากตรวจสอบตามกระบวนการช่วยเหลือผู้มีบุตรยาก จะพบว่า ต้องมีขั้นตอนการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะทาง และแพทย์ต้องมีใบอนุญาตการดำเนินการ ซึ่งอาจหมายความว่า การคัดเลือกอาจทำได้ในประเทศไทย แต่ไม่สามารถทำกระบวนการขั้นต่อไป คือ การอุ้มบุญ ได้