วันนี้ (28 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการกองปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า กำลังประสานนำตัวผู้เสียหายในคดีทั้ง 3 คน ให้เดินทางมาให้ปากคำที่กรุงเทพฯ สำหรับประเด็นที่ต้องสอบปากคำผู้เสียหายโดยละเอียด คือ พฤติกรรมของกลุ่มแม่เล้าอีก 4 คน ที่ถูกพาดพิงว่าเคยพาผู้เสียหายไปค้าบริการ ซึ่งหากได้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะสามารถขยายผลขออนุมัติหมายจับแม่เล้าทั้ง 4 คนได้
ทั้งนี้ พ.ต.ท.มานะ ยอมรับว่าบ้านพักตำรวจที่ผู้เสียหายอ้างว่า เป็นจุดที่ถูกนำมาขายบริการให้กับนายตำรวจยศ พ.ต.ท. และ ร.ต.ท. ซึ่งเมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ บ้านพักหลังหนึ่งเคยมีรองผู้กำกับ ยศ พ.ต.ท. สังกัด สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ที่เข้ามาช่วยราชการที่ จ.แม่ฮ่องสอน ในขณะนั้นอาศัยอยู่
ส่วนบ้านอีกหลัง เป็นบ้านพักของนายตำรวจระดับรองสารวัตร ยศ ร.ต.ท. สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนจะสามารถขยายผลออกหมายจับได้หรือไม่ ต้องรอการสอบปากคำผู้เสียหายโดยละเอียดอีกครั้ง คาดว่า ต้นสัปดาห์หน้า อาจจะมีความชัดเจนในหลายๆเรื่อง
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเรื่องนี้รองปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง จึงอยากขอให้รอผลสอบก่อน และถ้าพบว่าเชื่อมโยงถึงใคร จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ยืนยันว่า เรื่องนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยแน่นอน เนื่องจาก รัฐบาลไทยได้ส่งรายงานการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ หรือ ทิป-รีพอร์ต ให้กับสหรัฐอเมริกาไปแล้ว มั่นใจว่าจะปลดล็อกระดับการเฝ้าระวังลงได้ เพราะการแก้ไข ป้องกัน และปราบปราม พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
ด้านนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่ายืนยันความบริสุทธิ์ว่า “ผมไม่ทำเช่นนั้นแน่ในวันที่ผมไปรับตำแหน่ง 1 ต.ค. 58 คืนนั้นผมนอนที่วัดพระธาตุดอยกองมูเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตและครอบครัวครับและผมก็เชื่อมั่น100%ว่าท่านผู้ว่าฯ คนปัจจุบันท่านไม่มีวันทำเช่นนั้นครับ ความจริงจะปรากฏในไม่ช้านี้ครับทั้งการตั้งกรรมการจากกระทรวงมหาดไทย และคดีที่ ปคม.และตำรวจภูธรภาค 5 รับผิดชอบดูแลอยู่ ถ้าทำผิดจริงไม่มีใครหนีพ้น”