อินไซด์! หัวใจแรงงาน เมื่อค่าแรงกับค่าครองชีพสวนทางกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้มีการสำรวจทัศนะสถานภาพแรงงานไทยกรณีผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท พบว่า แรงงานส่วนใหญ่ยังมีภาวะหนี้ ทั้งหนี้นอกระบบและในระบบ จนเคยผิดนัดชำระหนี้ เพียงเพราะว่า รายได้ไม่เพียงพอ และที่สำคัญแรงงานส่วนใหญ่ต่างมองว่า เห็นควรให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 410 วัน ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี จึงลงพื้นที่พูดคุยกับแรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อค่าแรงกับค่าครองชีพ ไม่สมดุลกัน

สำหรับการนำค่าครองชีพในแต่ละวันมาเปรียบเทียบกับค่าแรงที่ได้รับในแต่ละวัน  “สรร เจษฎาโชคอุดม” พนักงานจ้างเหมาบริการ วัย 25 ปี ยอมรับว่า ค่าแรงที่ได้รับมานั้นไม่เพียงพอ ยิ่งในปัจจุบันค่าครองชีพค่อนข้างสูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเงินที่ได้รับ มันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้จ่าย ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าภาษีที่ต้องจ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม ยิ่งหากตกงานหรือหางานทำไม่ได้ก็จะยิ่งลำบากเพราะคนจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาในกรุงเทพฯ ทำให้งานมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนที่จะทำงาน

“อยากให้รัฐฯมาช่วยดูเรื่องสวัสดิการที่แรงงานควรจะได้รับ และระบบขนส่งมวลชน การรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน เพื่อจะได้ลดทอนรายจ่ายที่เกิดขึ้น เพราะยังไงประชาชนก็จ่ายภาษีอยู่แล้วทั้งทางตรงและทางอ้อม” พนักงานจ้างเหมาบริการรายนี้เรียกร้อง 

ไม่ต่างจาก “ณัฐการต์ ช่อมะลิ” นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จ วัย 24 ปี ที่มองว่า รายได้ปัจจุบันเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าครองชีพที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างค่าเดินทาง ค่าอาหาร ก็มีราคาที่สูงขึ้น ทำให้รายได้ที่มีมานั้นไม่เพียงพอกับการนำมาใช้จริงในปัจจุบัน ซึ่งอยากให้ภาครัฐมีการหารือกับภาคเอกชน ถึงเรื่องฐานเงินเดือน หรืออัตราค่าครองชีพว่า เพียงพอกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนทำงานหรือไม่

ขณะที่ พนักงานดูแลความปลอดภัย วัย 28 ปี อย่าง “สุชาติ ยิ่งประเสริฐ” บอกว่า ทุกวันนี้ค่าแรงกับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนก็ใช้พอ เพราะชีวิตไม่ค่อยได้ใช้เงิน ส่วนค่ากินค่าอยู่ก็อยู่กับที่บ้าน ก็ไม่ได้เพิ่มรายจ่าย จึงมีเงินพอกินพอเก็บอยู่บ้าง ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทุกวันนี้ชีวิตก็สุขสบายแล้ว

ส่วน “อัมพิกา โกมล” พนักงานร้านกาแฟ วัย  27 ปี ยอมรับว่า เงินเดือนที่ได้รับมาบางเดือนก็พอใช้ แต่บางเดือนก็ไม่พอ ซึ่งการใช้จ่ายแต่ละเดือนนั้นอยู่กับการทำงาน ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหารในแต่ละเดือน ที่มันจะมีเพิ่มขึ้นมา

ขณะที่ จักรยานยนต์รับจ้าง วัย 51 ปี อย่าง “ไพร บัวจันทร์” บอกว่า ถ้าเรารู้จักกิน รู้จักเก็บก็จะพอ แต่เราเป็นงานบริการไม่มีเงินเดือน รายได้ก็ต้องขึ้นความขยันและการขับรถของเรา ถ้ามีลูกค้าเยอะก็จะมีรายได้เยอะ แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ขับรถก็จะไม่มีเงิน ซึ่งเงินตรงนี้ก็ต้องนำมาใช้จ่ายในครอบครัวทั้งภรรยาและลูก ก็พอบ้างไม่พอบ้าง ซึ่งอยากให้ช่วยเหลือในการกู้เงิน หรือ หาเงินทุนมาช่วยในการประกอบอาชีพ

ด้าน  “ณรงค์ ผลงาม” ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ วัย 35 ปี ที่ ยอมรับว่า ค่าแรงที่ได้ไม่พอใจ เพราะของแพงขึ้นทุกอย่าง เราทำงานได้วันละ 300-350 บาท แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างมันก็มีราคาสูงขึ้น และเมื่อเราต้องทำเงินที่ได้มาเลี้ยงและใช้จ่ายในครอบครัว สิ่งที่เราได้คือ “เราหากินไปวันๆ ไม่พอเก็บ ซึ่งมันไม่สมดุลกัน” อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเรื่องการเป็นอยู่ เรื่องค่าครองชีพ ที่ปัจจุบันมันไม่สมดุลกัน

นี่เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนความในใจบางส่วนของแรงงานที่ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้พูดคุยถึงเรื่องความไม่สมดุลกันของค่าแรงและค่าแรงชีพ ที่หลายคนยอมรับว่า ทุกวันนี้ทำได้เพียง..หากินไปวันๆ แต่ไม่เหลือพอเก็บออม

 

PPTV Photo : ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ