สส.พรรคก๊กมินตั๋ง ผู้เสนอร่างกฎหมาย คุ้มครองสัตว์ฉบับแก้ไข ผ่านรัฐสภาในวันที่่ 11 เม.ย. 60 ระบุว่า ไต้หวันถือเป็นประเทศแรกในเอเชีย ที่มีการออกกฎหมายห้ามรับประทานเนื้อสุนัขและแมว
ทั้งนี้กฎหมายข้อห้ามบริโภค จำหน่าย หรือ ซื้อขายเนื้อสุนัขและแมว นั้นมีโทษปรับเงินสูงถึง 50,000 – 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และหากทรมานสัตว์อย่างเจตนา และรวมไปถึงฆ่าสัตว์ ได้แก้ไขให้มีอัตราโทษทั้งจำคุกและปรับสูงขึ้น โดยโทษจำคุกนั้นสูงสุด 2 ปีในเรือนจำ ส่วนโทษปรับนั้นสูงถึง 200,000 – 2 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และผู้กระทำผิดซ้ำ จะได้รับโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับเงิน 500,000 – 5 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่เลยทีเดียว
โดยกฎหมายคุ้มครองสัตว์ไต้หวันที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังต้องส่งไปให้คณะรัฐมนตรีไต้หวัน และประธานาธิบดี ไช่ อิง เหวิน ลงนามอีกครั้งเพื่อบังคับใช้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ไต้หวันเคยเป็นประเทศที่นิยมบริโภคเนื้อสุนัขอย่างมากปัจจุบัน ประชาชนใช้สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ทำให้สุนัขถูกจัดเป็น “สัตว์เลี้ยง” มากขึ้นในไต้หวันไม่ใช่สัตว์บริโภคเนื้อเหมือนแต่ก่อน
มีการระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวันคนปัจจุบัน เป็นคนรักแมว และมักถ่ายภาพคู่กับแมวตัวโปรดของเธอในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันครั้งล่าสุด ทั้งยังรับอุปการะอดีตสุนัขนำทางมาเลี้ยงถึง 2 ตัว ซึ่งคาดว่าเธอจะเห็นด้วยและลงนามเพื่อประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ