นายสัตว์แพทย์ ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าบึง บรเพ็ด จ.นครสวรรค์ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเชียงดาวและอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกได้นำแร้งดำหิมาลัยขึ้นไปปล่อยบนยอดดอยสันจุ๊ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องมาจากช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาได้มีนกอพยพย้ายถิ่นเพื่อหลบอากาศหนาวจากประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นจัด เช่น มองโกเลีย ทิเบต ลงมายังประเทศไทยหลายชนิดรวมถึงแร้งดำหิมาลัยด้วย
ทั้งนี้ ตามรายงาน พบว่า ในแต่ละปีจะมีแร้งดำเข้ามาประมาณ 10-30 ตัวและมีบางตัวตกลงมาเพราะไม่มีแรงบินเนื่องจากอดอาหารหลายวัน เหตุเพราะแร้งเป็นสัตว์กินซากซึ่งในประเทศไทยซากสัตว์ค่อนข้างหายาก สำหรับแร้งตัวนี้สำนักบริหารเขตพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7นครราชสีมา ได้รับตัวมาจากชาวบ้านหนองบัวสะอาด อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่15 มกราคมที่ผ่านมา และนำมาฟื้นฟูที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบรเพ็ด จ.นครสวรรค์
สำหรับ “แร้งดำหิมาลัย” ถือเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเซีย มีความยาววัดจากปลายจงอยปากถึงปลายหาง100-120 ซม.ปีกกว้าง 2.9-3 เมตร และถือเป็นสัตว์คุ้มครองที่ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มทีแล้ว รวมทั่วโลกมีเหลืออยู่ประมาณ 20,000 ตัวเท่านั้นโดยประมาณเดือนเมษายนจะเป็นฤดูผสมพันธ์ของแร้งดำหิมาลัยจึงได้เดินทางขึ้นมาปล่อยในวันที่ 28 เม.ย.60
จุดที่ปล่อยเป็นยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,000 กว่าเมตร มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศเมียนมาร์ลักษณะเป็นหน้าผาสูงตั้งชันมีลมพัดมาปะทะหน้าผาตลอดซึ่งเป็นผลให้แร้งสามารถบินขึ้นได้ง่าย เพราะมีแรงลมช่วยยกตัวให้ลอยขึ้นได้โดยง่าย เส้นทางที่แร้งต้องบินผ่าน เมียนมาร์ จีน มองโกเลีย ถึงเทือกเขาหิมาลัย
ก่อนนำปล่อย เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องมือส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอายุการใช้งานได้ถึง 1 ปีติดไว้ที่แร้ง เพื่อจะได้ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของแร้งที่ปล่อยไป
ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ค.60) เวลา 14.00 น. จากข้อมูลการติดตามด้วยเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม สนับสนุน โดย กองทุนวิจัยนกนักล่าเพื่อการอนุรักษ์ (Thailand Raptor Research Fund) คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า นกแร้งดำเดินทางถึงมณฑลสิบสองปันนา ประเทศจีน ในเทือกเขาสูง 2,216 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ความเร็วในการบิน 50 กม./ชั่วโมง