เช้าวันนี้ (2 พ.ค.60) 2 สามีภรรยา นางแดง และ นายอุดม ศิริสอน 2 สามีภรรยา หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ ตายายเก็บเห็ด เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยสีหน้าเครียดวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด และร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้เจ้าหน้าต้องช่วยกันประคองทั้ง 2 คน ขึ้นฟังคำพิพากษา
ตามคำพิพากษาศาลวินิจว่า ตามรายงานสืบเสาะและพินิจจำเลยพบว่า ทั้ง 2 คน เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการตัดไม้ กระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อสภาพความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยากแก่การฟื้นฟู ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้โทษจำคุกรวมคนละ 15 ปี เหลือคนละ 5 ปี ฐานร่วมกันทำไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง เมื่อทราบคำพิพากษาครอบครัวและญาติของ 2 ตายายเก็บเห็ด ต่างร้องไห้เสียใจเมื่อรู้ว่ายังต้องรับโทษจำคุก 5 ปี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา
นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ ในฐานะทนายความฝ่ายตายายในคดีนี้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลมีเมตตาลดโทษให้เป็น 1 ใน 3 แนวทางการช่วยต่อไป จึงเตรียมยื่นเรื่องขอพักโทษเนื่องจากทั้ง 2 คนจำคุกมาแล้วเกินกว่า 1 ใน 3 ของโทษที่ศาลฎีกาตัดสิน และ ด้วยพยานหลักฐานใหม่ที่มั่นใจว่า 2 สามีภรรยาจำเลยในคดีนี้บริสุทธิ์ ก็จะยื่นขอรื้อฟื้นคดีอาญาในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจจะต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่างน้อย 2-3คน
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ทั้งสองถูกจับกุมข้อหา บุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีหลักฐานตัดไม้สักและกระยาเลยกว่าหนึ่งพันต้น ทั้งสองปฏิเสธ อ้างว่าเข้าไปหาของป่า และเก็บเห็ดเท่านั้น ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 30 ปี ผู้ต้องหารับสารภาพ ลดโทษเหลือ 15 ปี ยื่นประกันตัวแล้วสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลพิพากษาแก้เป็นจำคุก 14 ปี 12 เดือน กระทั่งมีการตัดสินในชั้นศาลฎีกาวันนี้