ตู้ฝากส่งพัสดุอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอพีเอ็ม มูลค่ากว่า 4 แสนบาท ตู้นี้ ติดตั้งภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารเก็บรักษาสิ่งของที่ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องบิน โดยจัดส่งสิ่งของดังกล่าวกลับไปยังที่อยู่ที่ต้องการได้
เพียงแค่ไปที่ตู้ เอพีเอ็ม ใส่เลขบัตรประชาชน ระบุรหัสไปรษณีย์ปลายทาง จ่ายเงิน แล้วนำสิ่งของบรรจุใส่ซองกันกระแทก จ่าหน้าซอง และหย่อนลงช่องรับพัสดุ ซึ่งตามขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก็เสร็จสิ้น
อัตราค่าบริการของเครื่องเอพีเอ็มอยู่ที่ 50 บาทต่อชิ้น ส่งแบบด่วนพิเศษภายในประเทศ 2 ถึง 3 วันจะได้รับของ หากจัดส่งไปยังทวีปอื่นต้องส่งแบบลงทะเบียน โดยค่าบริการขึ้นอยู่กับระยะทาง
ข้อห้ามคือ สิ่งของที่ส่งต้องหนักไม่เกิน 500 กรัม และต้องไม่เป็นสิ่งของต้องห้ามตามระเบียบสนามบิน อาทิ ของมีคมขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิต วัตถุอัดก๊าซ วัตถุไวไฟ
จากการสังเกตที่ตู้ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำเครื่อง แต่จะมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงคอยแนะนำวิธีการใช้ หากตู้ขัดข้องหรือมีปัญหาต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น โดยเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมข่าวทดลองใช้ตู้เอพีเอ็มส่งของปรากฏว่าพบปัญหาตาชั่งไม่ทำงาน ทำให้ส่งของไม่ได้
ส่วนอีกตู้ตั้งอยู่ห่างจากตู้แรกไม่กี่ร้อยเมตร ระบบจ่ายซองกันกระแทกขัดข้อง ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องฝากสิ่งของทั้งหมดไว้กับพนักงานที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อให้ช่วยส่งของผ่านตู้นี้หลังจากที่ซ่อมเสร็จแล้ว
แม้จะพบปัญหาการใช้งาน แต่เครื่องเอพีเอ็มทั้งสองเครื่องก็ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ซึ่งไปรษณีย์ไทยหวังว่าเครื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาการทิ้งสิ่งของที่ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้