เมื่อวันที่ 19 พ.ค.60 อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2017 โดยมร.แดเนียล จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้ลงทุนเพื่อขยายธุรกิจคลาวด์ และธุรกิจสื่อดิจิทัลและความบันเทิงได้อย่างเต็มที่
แมกกี้ วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว สำหรับในไตรมาสสุดท้ายนี้ ด้วยอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูงถึง 60% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุด นับตั้งแต่เราเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะที่รายได้ตลอดปีงบประมาณนี้เติบโตขึ้น 56 % และมีกระแสเงินสดที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไปอยู่ราว 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก รวมถึงแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนในกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ เช่นในด้านของคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่มองเห็นทิศทางการเติบโตได้อย่างชัดเจน
ผลประกอบการประจำปีงบประมาณ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560 มีดังต่อไปนี้
รายได้รวม 158,273 ล้านหยวน (22,994 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน
รายได้หลักจากธุรกิจการค้าปลีก–ค้าส่งเติบโตขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 133,880 ล้านหยวน (19,450 ล้านเหรียญสหรัฐ)
รายได้จากธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มขึ้น 121% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 6,663 ล้านหยวน (968 ล้านเหรียญสหรัฐ)
รายได้จากธุรกิจสื่อดิจิทัลและบันเทิงเติบโตขึ้น 271% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 14,733 ล้านหยวน (2,141 ล้านเหรียญสหรัฐ)
รายได้จากกลุ่มธุรกิจเชิงนวัตกรรมเพิ่มขึ้น 65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 2,997 ล้านหยวน (435 ล้านเหรียญสหรัฐ)
ช่องทางค้าปลีกของอาลีบาบาในประเทศจีน มีลูกค้าที่ซื้อสินค้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปีรวมกว่า 454 ล้านราย เพิ่มขึ้น 31 ล้านรายเมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2559) โดยในจำนวนนี้ คิดเป็นผู้บริโภคที่ใช้งานช่องทางอาลีเอ็กซ์เพรสและลาซาด้ารวม 83 ล้านราย
ยอดผู้ใช้งานในประเทศจีนที่เข้าถึงช่องทางค้าปลีกของเราในแต่ละเดือนผ่านโทรศัพท์มือถือ สูงถึง 507 ล้านคนในเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าในเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 97 ล้านคน
ยอดขายรวมผ่านทางช่องทางค้าปลีกในประเทศจีนตลอดปีงบประมาณ 2017 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3.767 ล้านล้านหยวน (547,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยเติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบกับยอดขายรวมทั้งหมด 3.092 ล้านล้านหยวนในปีการเงินสิ้นสุด 2560
ยอดขายรวมผ่านโทรศัพท์มือถือของช่องทางค้าปลีกอาลีบาบาในประเทศจีนในปีงบประมาณนี้สูงถึง 2.981 ล้านล้านหยวน (433,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือคิดเป็น 79% ของยอดขายรวมทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ส่วนรายได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือจากธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีน สูงกว่า 90,731 ล้านหยวน (13,182 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือเพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในปีงบประมาณล่าสุดนี้ รายได้จากแพลตฟอร์มซื้อขายบนโทรศัพท์มือถือได้เติบโตแซงหน้ารายได้ผ่านทางช่องทางคอมพิวเตอร์ไปแล้ว
จำนวนลูกค้าบริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่จ่ายค่าบริการ เพิ่มขึ้นจาก 513,000 คนในปีก่อนหน้า เป็น 874,000 คนในปีนี้ ส่วนในด้านผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2560 บริษัทได้รายงานการขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวเป็นเงิน 1,681 ล้านหยวน (244 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 476 ล้านหยวน (69 ล้านเหรียญสหรัฐ) หากไม่นับรวมค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย ภาษี และการชำระหนี้
ทั้งนี้ รายได้สุทธิอยู่ที่ 41,226 ล้านหยวน (5,989 ล้านเหรียญสหรัฐ) ส่วนรายได้จากการดำเนินการ 48,055 ล้านหยวน (6,981 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่รายได้ก่อนคำนวณดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการชำระหนี้ อยู่ที่ 74,456 ล้านหยวน (10,817 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับอัตรากำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 30% หรือคิดเป็น 47% หากไม่รวมดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการชำระหนี้ ทั้งนี้ อัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ก่อนคำนวณดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และการชำระหนี้ อยู่ที่ 62%
กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 16.97 หยวน (2.47 เหรียญสหรัฐ) ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลดที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป อยู่ที่ 23.44 หยวน (3.41 เหรียญสหรัฐ)
เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 80,326 ล้านหยวน (11,670 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่กระแสเงินสดที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป อยู่ที่ 68,790 ล้านหยวน (9,994 ล้านเหรียญสหรัฐ)