นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงผลการติดตามความคืบหน้ามาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะในการปรับปรุงแก้ไขการจัดวางที่นั่งในรถตู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทให้มีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่ง โดยเริ่มดำเนินการบังคับใช้กฎหมายแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นมา ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการของรถตู้อย่างรอบด้าน พบว่าในรอบสัปดาห์แรก ของวันที่ 15 - 21 พฤษภาคม 2560 ผู้ประกอบการและเจ้าของรถตู้ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการให้บริการ มีการแก้ไขปรับปรุงจำนวนที่นั่งให้เป็นไปตามที่ทางราชการกำหนด ซึ่งในต่างจังหวัดดำเนินการแล้วมากกว่าร้อยละ 95 และเฉพาะรถตู้ร่วม ขสมก. ในกรุงเทพฯ ดำเนินการแล้วมากกว่าร้อยละ 80
จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ บริเวณจุดจอดรถตู้ในกรุงเทพมหานคร เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสารทั้ง 3 แห่ง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตลาดมีนบุรี ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และใต้ทางด่วนบางนา พบรถตู้กระทำความผิดรวมทั้งสิ้น 132 ราย เป็นความผิดฐานไม่ดำเนินการแก้ไขจำนวนที่นั่ง 33 ราย เพิ่มขึ้นจากสถิติ 3 วัน เพียง 3 ราย โดยได้เปรียบเทียบปรับในอัตราขั้นต่ำ 500 บาท มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้นกับรถตู้ที่กระทำความผิดซ้ำ
ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะกำหนดให้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันทุกเส้นทางต้องปรับปรุงแก้ไขการจัดวางที่นั่งผู้โดยสารในรถตู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทให้มีที่นั่งไม่เกิน 13 ที่นั่ง โดยจัดวางรูปแบบที่นั่งแถวหลังสุดให้มีช่องทางเดิน ขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร เพื่อใช้เป็นทางเดินออกประตูด้านท้ายของรถได้สะดวกขึ้น และประตูหลังต้องสามารถเปิดออกจากภายในตัวรถได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเกิดอุบัติเหตุ ต้องมีค้อนทุบกระจกเพิ่มเติมและติดป้ายข้อความ “ทางออกฉุกเฉิน” ติดอยู่เหนือบริเวณที่เปิดปิดประตูหรือบริเวณขอบประตูด้านบนทางออกฉุกเฉินให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ฝืนมีมาตรการลงโทษทุกกรณีความผิด รวมถึงในทุกประเด็นความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการ พบรถตู้โดยสารไม่ปลอดภัย ถูกเอาเปรียบ แจ้ง 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง