ยกระดับ รปภ.ขั้นสูงสุด ส่ง “หน่วยรบพิเศษ” คุมเข้ม “ทำเนียบรัฐบาล”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้ว่าเหตุลอบวางระเบิด ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จะเป็นระเบิดแรงดันต่ำ ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่การเลือกเป้าหมายเป็นพื้นที่อ่อนไหวอย่างโรงพยาบาล และยังมีนัยยะที่อาจตีความไปถึงสัญลักษณ์ทางการเมือง อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ในวันนี้ มีความเคลื่อนไหวสำคัญที่ทำเนียบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างชัดเจน และถือเป็นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ด้วยการส่ง ทหารหมวกเบเลย์แดง หรือ “หน่วยรบพิเศษ” ซึ่งถือเป็นหน่วยรบที่มีศักยภาพสูงสุดหน่วยหนึ่งของกองทัพเข้ามาประจำการ

ทหารในชุดลายพราง 20 นาย จากกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ถูกส่งมาประจำการที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ แทนกำลังทหารรักษาความปลอดภัยชุดเดิมที่ไม่ใช่หน่วยรบ แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นที่มากขึ้นอย่างชัดเจนในการดูแลพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล แม้ว่าวันนี้ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีภารกิจที่จังหวัดสงขลา

โดยหน่วยรบพิเศษชุดนี้ เป็นต้นสังกัดเดิม ของพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน

ทันทีที่เข้าประจำการ มีนายสุรพล บานชื่น ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารการรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำทีมตรวจสอบความเรียบร้อยตามอาคารต่าง ๆ ทั้ง ตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ ตึกสันติไมตรี และอาคารอื่นๆ เพื่อศึกษาพื้นที่โดยเฉพาะจุดสูงข่ม เพื่อวางกำลังดูแลความปลอดภัยบุคคลสำคัญ หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

การใช้กำลังทหารรบพิเศษ ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจ ในลักษณะนี้ แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล บอกว่า เป็นการยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และเมื่อสอบถามเรื่องนี้กับ พันตำรวจเอกเกียรติ กาบบัว ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งดูแลพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ได้รับคำชี้แจงว่า เป็นการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ทั้งการตรวจสอบประวัติผู้มาติดต่อราชการ และตรวจรถยนต์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการนำอาวุธเข้ามาก่อเหตุ

ส่วนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ไม่มาปรากฏตัวมาประมาณ 1 สัปดาห์ ท่ามกลางกระแสข่าวป่วยหนัก  ล่าสุด พลเอกประวิตร ได้โทรศัพท์สายตรงถึงนางสาวบุญระดม จิตรดอน ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล ว่า ไม่ได้ป่วยหนัก และจะกลับมาทำงานตามปกติในวันพรุ่งนี้ พร้อมเผยความคืบหน้าคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ยอมรับว่า ตำรวจสามารถคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่อยู่ระหว่สอบสวน จึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้

ส่วนกรุงเทพมหานคร ออกเอกสารคำสั่งเร่งด่วน ลงนามปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมือเหตุความไม่สงบอยู่ตลอดเวลา โดยกำชับให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ทุกจุด เพราะถือเป็นอุปกรณืทีมีบทบาทสำคัญในสถานการณ์เช่นนี้

นายสมชาย ตกสิยานันท์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบจราจร ที่มีหน้าที่ดูแลระบบภาพวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ให้เพิ่มวงรอบการตรวจสอบการใช้งานของกล้องวงจรปิดทุกจุด ที่มีอยู่กว่า 5 หมื่นตัว และกำชับให้จ้าหน้าที่ตรวจเช็คระบบกล้องออนไลน์ทุกวัน เพื่อให้กล้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้มากที่สุด

ส่วนปัญหาที่มักจะพบบ่อยกับกล้องวงจรปิดในพื้นที่ กทม. ปัญหากระแสไฟฟ้า ที่หากมีแรงสูงมากเกินไป หรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง ก็จะทำให้กล้องวงจรปิดมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ จึงต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบมากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ