เป็นคำตอบของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่เกิดขึ้นหลังจากสื่อมวลชนตั้งคำถามว่า ตั้งคณะทำงานคดีลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามากถึง 201 คน จะเสมือนว่า เป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนหรือไม่
แม้จะพยายามเปรียบเปรยว่าคดีนี้ มีความยากเพราะผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มขบวนการใหญ่ แต่การทำงานก็มีความคืบหน้าระดับหนึ่ง เมื่อตอนนี้ชุดสืบสวนแกะรอยจนทราบชื่อและนามสกุลผู้ก่อเหตุแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดงปีกนิยมความรุนแรงหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย แต่ยืนยันว่า ตัวละครใกล้เคียงกับการข่าวของทหาร
ส่วนในรายละเอียดของข้อมูลฝ่ายทหารที่มีการพาดพิงไปถึง นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เกี่ยวข้องในลักษณะใด ส่วนตัวทราบเพียงว่า โกตี๋ คือ คนที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่า อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาล และสถาบันฯ
ขณะที่ความเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุกับอดีต 3 นายพลทหาร ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยตัวย่อ ช พ และ ส จนทำให้พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร และพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ออกมาปฏิเสธ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากชุดสืบสวน รวมไปถึงการเรียกเจ้าหน้าที่ 3 คน ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาสอบปากคำ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย
ส่วนอีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ คือ การเดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงกลาโหมวันแรก ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังหายไปเกือบ 2 สัปดาห์ ท่ามกลางกระแสข่าวป่วยหนักจนต้องเข้าผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ การให้สัมภาษณ์วันนี้ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะชี้แจงปัญหาสุขภาพของตัวเองในรายละเอียด เพียงแต่ตอบว่า ส่วนตัวยังไหว และไม่ได้รู้สึกกังวลหรือหวาดกลัวที่ห้องวงษ์สุวรรณ รพ.พระมงกุฎเกล้า ตกเป็นเป้าหมายของการลอบวางระเบิด
พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า ระหว่างลาหยุด ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีตามปกติที่พูดคุยกันมาตลอดในฐานะพี่น้องกัน พร้อมยืนยันว่า 4 คำถามที่นายกรัฐมนตรีตั้งให้ประชาชนตอบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่การชี้นำทางการเมือง แต่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยก่อนจะเดินทางกลับ พลเอกประวิตร ชูสองนิ้ว และยืนยันว่า พรุ่งนี้จะเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ ก่อนที่อาจจะหาเวลาราว 10 วัน พักฟื้นร่างกาย
ส่วนการประชุมสภากลาโหมวันนี้ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ แถลงหลังการประชุมว่า พลเอกประวิตรได้กำชับให้ที่ประชุมเข้มงวดด้านการข่าวมากขึ้น และตรวจตราให้กล้องวงจรปิดตามจุดสำคัญใช้งานได้