พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด ปมการฆาตกรรมมาจาก กระเป๋าเงินของนางสาวบิวหาย และเชื่อว่า สามเณรปลื้ม เป็นผู้ขโมยจึงเกิดความโมโหก่อนทำร้ายจนเสียชีวิต แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นที่พ่อของสามเณร ระบุว่า สามเณรปลื้ม ไปรู้ความลับการทุจริตผลประโยชน์ภายในวัดของผู้ต้องหา จึงถูกฆ่าปิดปาก แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำการสอบสวนอย่างละเอียด
ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฎิรูปกิจการพระพุทธศาสนา มองว่า ปมการสังหารมาจากระบบจัดการผลประโยชน์ภายในวัด ที่เอื้อประโยชน์ให้เจ้าอาวาสมากเกินไป ซึ่งกรณีของวัดวังตะวันตก อดีตเจ้าอาวาสมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินในวัดให้นางสาวบิว ซึ่งตนเชื่อว่ามาจากการที่อดีตเจ้าอาวาส อาจมีความผิดตามพระธรรมวินัย แต่นางสาวบิว รู้ความลับจึงจำใจมอบอำนาจให้เพื่อปกปิดความลับ ก่อนที่ทรัพย์สินของวัดทั้งหมดจะตกเป็นของนางสาวบิวกับพวก และอาจนำมาซึ่งการฆาตกรรมสามเณรปลื้ม
นอกจากนี้ นายไพบูลย์ ยังเรียกร้องให้แต่ละวัดมีการตั้งคณะกรรมการจัดการทรัพย์สินวัด ซึ่งประกอบด้วย เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส รวมถึงประชาชนร่วมกันตรวจสอบ และจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในรูปแบบเดียวกับมูลนิธิ ก่อนส่งให้สำนักพุทธฯตรวจสอบและเผยแพร่จำนวนเงินผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เส้นทางการเงินโปร่งใส ตรวจสอบได้ ป้องกันการทุจริต ที่อาจนำมาซึ่งคดีฆาตกรรม