PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

เปิดประวัติ พระอสีติมหาสาวก 80 พระอรหันต์คู่บารมีพระพุทธเจ้า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจาะลึกประวัติ "พระอสีติมหาสาวก" พระอรหันต์ 80 รูป ผู้เป็นกำลังหลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ศึกษาบทบาทและเอตทัคคะความเป็นเลิศที่พุทธศาสนิกชนควรรู้

เมื่อกล่าวถึงความสำเร็จในการประดิษฐานและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน นอกเหนือจากพระปัญญาตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ขุมกำลังสำคัญที่เปรียบเสมือน "เสาหลัก" ที่ช่วยค้ำจุนและนำพาพระสัทธรรมให้ขจรขจายไปทั่วชมพูทวีป ย่อมหนีไม่พ้นเหล่า "พระอสีติมหาสาวก" พระอรหันต์ทั้ง 80 รูปผู้ทรงอภิญญาและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกันไป

บทความนี้จะพาทุกท่านเดินทางย้อนอดีต กลับไปยังดินแดนพุทธภูมิ เพื่อเจาะลึกถึงประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และบทบาทอันยิ่งใหญ่ของเหล่าพระอสีติมหาสาวก ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยควรทำความรู้จัก เพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและการศึกษาธรรมะอย่างถ่องแท้

พระอสีติมหาสาวก คือใคร? เปิดความหมายจากพระไตรปิฎก

คำว่า "อสีติมหาสาวก" ประกอบด้วยคำศัพท์ภาษาบาลี 3 คำ ได้แก่ "อสีติ" แปลว่า แปดสิบ, "มหา" แปลว่า ยิ่งใหญ่ และ "สาวก" แปลว่า ผู้ฟังหรือศิษย์ เมื่อรวมกันจึงหมายถึง "พระสาวกผู้ใหญ่ 80 รูป" ซึ่งเป็นพระภิกษุที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นกำลังสำคัญสูงสุดในยุคพุทธกาล

ตามหลักฐานในพระไตรปิฎกและอรรถกถา พระอสีติมหาสาวกไม่ใช่เพียงพระภิกษุธรรมดาที่บรรลุอรหันต์เท่านั้น แต่ทุกรูปล้วนสั่งสมบุญบารมีมาอย่างยาวนานนับแสนกัป เพื่อตั้งความปรารถนาที่จะมาเกิดในยุคของพระพุทธเจ้าสมณโคดม และรับหน้าที่เป็นจอมทัพธรรมในการเผยแผ่ศาสนา ลักษณะเด่นของพระอสีติมหาสาวกคือ การได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าในตำแหน่ง "เอตทัคคะ" (ผู้เป็นเลิศในด้านต่างๆ) ซึ่งทำให้โครงสร้างการบริหารจัดการหมู่สงฆ์ในสมัยนั้นมีความแข็งแกร่งและครอบคลุมทุกมิติ

ทำไมต้องเป็นตัวเลข 80 รูป? นัยยะทางประวัติศาสตร์และการบริหาร

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมถึงต้องระบุเจาะจงว่ามีเพียง 80 รูป? ในความเป็นจริงแล้ว พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลมีจำนวนนับหมื่นนับแสนรูป ดังเช่นในวันมาฆบูชาที่มีพระอรหันต์มารวมตัวกันถึง 1,250 รูป แต่ตัวเลข "80" นี้ สะท้อนถึง "คณะผู้บริหารระดับสูง" ขององค์กรคณะสงฆ์ในยุคโบราณ

หากเรามองในมุมมองของการบริหารจัดการ พระพุทธเจ้าทรงเป็นเสมือนประธานสูงสุด โดยมีพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นอัครสาวก (รองประธานซ้าย-ขวา) และมีพระอสีติมหาสาวกอีก 78 รูป ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนก หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คอยดูแลจัดการปัญหา ตอบข้อซักถาม และเป็นครูฝึกสอนพระภิกษุบวชใหม่ในด้านต่างๆ เช่น ด้านกฎระเบียบ (พระวินัย) ด้านการแสดงธรรม ด้านการใช้พลังจิต และด้านการดูแลสุขภาพ เป็นต้น


บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมจาก PPTV HD 36


พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย ผู้เปรียบเสมือนเสาหลักที่ช่วยพระพุทธเจ้าขับเคลื่อนกงล้อแห่งพระธรรมจักร

เปิดทำเนียบพระอสีติมหาสาวกรูปสำคัญ และเอตทัคคะที่โลกต้องจารึก

ในจำนวน 80 รูป มีพระเถระที่พุทธศาสนิกชนคุ้นเคยชื่อกันเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละรูปล้วนมีเรื่องราวและประวัติการสร้างบารมีที่น่าทึ่ง เราขอยกตัวอย่างพระมหาสาวกองค์สำคัญที่มีบทบาทพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ได้แก่

1. พระสารีบุตร (อัครสาวกเบื้องขวา) - เอตทัคคะผู้เลิศทางปัญญา

พระสารีบุตร เดิมชื่อ "อุปติสสะ" เป็นบุตรของพราหมณ์มหาศาล ท่านคือผู้ที่ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่ามีปัญญาเป็นเลิศที่สุด เปรียบเสมือน "แม่ทัพธรรม" ที่สามารถแสดงธรรมได้ลึกซึ้งเทียบเท่าพระพุทธเจ้า ท่านมีบทบาทสำคัญในการจัดระเบียบหมวดหมู่ธรรมะ ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการทำสังคายนาพระไตรปิฎก

2. พระมหาโมคคัลลานะ (อัครสาวกเบื้องซ้าย) - เอตทัคคะผู้เลิศทางอิทธิฤทธิ์

สหายรักของพระสารีบุตร เดิมชื่อ "โกลิตะ" ท่านได้รับการยกย่องว่ามีฤทธิ์มากที่สุดในบรรดาพระสาวก สามารถแสดงปาฏิหาริย์ต่างๆ เพื่อปราบมิจฉาทิฐิ และนำพาผู้คนจำนวนมากให้หันมาศรัทธาในพระรัตนตรัย บทบาทของท่านมีความสำคัญมากในการปกป้องคณะสงฆ์จากภัยคุกคามต่างๆ ในยุคนั้น

3. พระมหากัสสปะ - เอตทัคคะผู้เลิศทางธุดงควัตร

หากกล่าวถึงผู้ที่เคร่งครัดในระเบียบวินัยและการใช้ชีวิตอย่างสมถะ ต้องยกให้พระมหากัสสปะ ท่านได้รับการยกย่องในด้านการประพฤติธุดงค์ และที่สำคัญที่สุดคือ ท่านเป็น "ประธานในการทำปฐมสังคายนา" หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เพื่อรวบรวมพระธรรมวินัยไม่ให้สูญหาย ซึ่งถือเป็นคุณูปการอันใหญ่หลวงที่ทำให้พระพุทธศาสนาสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

พระมหากัสสปะ ผู้เป็นเลิศทางธุดงควัตรและเป็นผู้นำในการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรก เพื่อรักษาสืบทอดคำสอนของพระศาสดาให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน

4. พระอานนท์ - เอตทัคคะผู้เลิศทางพหูสูตและพุทธอุปัฏฐาก

พระอานนท์เป็นพระอนุชา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของพระพุทธเจ้า รับหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก (ผู้ดูแลรับใช้ใกล้ชิด) ตลอด 25 ปีสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ท่านมีระบบความจำที่ยอดเยี่ยม สามารถจดจำพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าได้ถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ ทำให้ในการทำปฐมสังคายนา พระอานนท์คือผู้ที่ถ่ายทอด "พระสุตตันตปิฎก" (หมวดพระสูตร) ทั้งหมดที่เราใช้สวดมนต์กันทุกวันนี้ เช่น คำขึ้นต้นที่ว่า "เอวัมเม สุตัง..." (ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้) ล้วนมาจากคำกล่าวของพระอานนท์ทั้งสิ้น

5. พระอุบาลี - เอตทัคคะผู้เลิศทางพระวินัย

เดิมท่านเป็นช่างกัลบก (ช่างตัดผม) ประจำราชสำนักศากยวงศ์ แต่เมื่อออกบวช ท่านได้ตั้งใจศึกษาและจดจำกฎระเบียบของสงฆ์อย่างแม่นยำ จนได้รับการยกย่องว่าเชี่ยวชาญด้านพระวินัยที่สุด และเป็นผู้วิสัชนา (ตอบคำถาม) เกี่ยวกับศีลและข้อห้ามต่างๆ ในการสังคายนาครั้งแรก เกิดเป็น "พระวินัยปิฎก" ในเวลาต่อมา

เอตทัคคะอื่นๆ ที่น่าสนใจในกลุ่มอสีติมหาสาวก

นอกจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพระอสีติมหาสาวกรูปอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญโดดเด่นและเป็นที่รู้จักในสังคมไทย อาทิ:

  • พระอนุรุทธะ เอตทัคคะผู้เลิศทางทิพยจักษุ (ตาทิพย์) สามารถมองเห็นภพภูมิต่างๆ ได้

  • พระสีวลี เอตทัคคะผู้เลิศทางมีลาภมาก ไปที่ใดก็ไม่เคยอดอยาก มีผู้คนและเทวดานำของมาถวายเสมอ ปัจจุบันคนไทยนิยมบูชาเพื่อเสริมสิริมงคลด้านการค้าขาย

  • พระราหุล พระโอรสของพระพุทธเจ้า เอตทัคคะผู้เลิศทางผู้ใคร่ในการศึกษา เป็นตัวแทนของความใฝ่รู้และอ่อนน้อมถ่อมตน

  • พระมหากัจจายนะ (พระสังกัจจายน์) เอตทัคคะผู้เลิศทางขยายความย่อให้พิสดาร ท่านสามารถอธิบายธรรมะที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่าย และมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ซึ่งเป็นที่นิยมสร้างรูปเคารพในปัจจุบัน


บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมจาก PPTV HD 36


ร่องรอยประวัติศาสตร์ ตามรอยพระอสีติมหาสาวกในดินแดนพุทธภูมิ

ข้อมูลจากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ระบุว่า การมีอยู่ของพระอสีติมหาสาวกนั้นไม่ใช่เพียงตำนานเล่าขาน แต่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีรองรับ หากเราเดินทางไปยังประเทศอินเดียในปัจจุบัน เราจะยังคงพบเห็นร่องรอยสถานที่พำนักของพระเถระเหล่านี้ได้ชัดเจน

ยกตัวอย่างเช่นที่ ยอดเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย นอกจากจะมี "มูลคันธกุฎี" ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้ว ถัดลงมาตามไหล่เขา ยังมีถ้ำเล็กๆ ที่เรียกว่า "สุกรขาตา" (ถ้ำคางหมู) ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระสารีบุตรบรรลุอรหันต์ และมีถ้ำที่พักของพระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน สิ่งเหล่านี้ยืนยันถึงการใช้ชีวิตอย่างสมถะและการอยู่ใกล้ชิดพระศาสดาเพื่อคอยรับใช้และช่วยเหลือในกิจการของสงฆ์

นอกจากนี้ ในกระบวนการเผยแผ่ศาสนาของยุคโบราณ พระมหาสาวกแต่ละรูปจะถูกส่งไปยังแคว้นต่างๆ ทั่วชมพูทวีปเพื่อเผยแผ่หลักธรรมให้ตรงกับจริตของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เช่น พระปุณณมันตานีบุตร ที่เดินทางไปยังดินแดนห่างไกลและทุรกันดาร เพื่อนำแสงสว่างแห่งธรรมไปสู่ชนเผ่าต่างๆ ซึ่งกลยุทธ์นี้ทำให้พุทธศาสนาหยั่งรากลึกได้อย่างรวดเร็ว

ร่องรอยโบราณสถานบนยอดเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย สถานที่จริงทางประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่พำนักของพระพุทธองค์และเหล่าพระอสีติมหาสาวก

บทสรุป คุณค่าที่ชาวพุทธพึงเรียนรู้จาก 80 พระอรหันต์

การศึกษาประวัติและเรื่องราวของ พระอสีติมหาสาวก ไม่ได้ให้เพียงแค่ความรู้ในเชิงความจำ หรือเพื่อให้รู้ว่าใครเก่งด้านไหนเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการมองเห็น "วิถีแห่งความเพียร" พระมหาสาวกทุกรูปก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เลิศในแต่ละด้าน ล้วนต้องผ่านการบำเพ็ญบารมี การฝึกฝนตนเอง การเผชิญหน้ากับอุปสรรค และการใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาทั้งสิ้น

ในยุคปัจจุบันที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวายและข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้น การนำคุณธรรมของพระอสีติมหาสาวกมาปรับใช้ย่อมเกิดประโยชน์มหาศาล เช่น การนำความใฝ่รู้แบบพระราหุลมาใช้ในการทำงาน การมีระเบียบวินัยแบบพระอุบาลีในการดำเนินชีวิต หรือการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุและผลแบบพระสารีบุตร สิ่งเหล่านี้คือ "ธรรมะประยุกต์" ที่ทันสมัยอยู่เสมอ

ดังนั้น เมื่อถึงวาระวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือเมื่อเรามีโอกาสได้กราบไหว้พระพุทธรูปในอุโบสถ หากสังเกตเห็นรูปปั้นพระภิกษุ 2 รูปนั่งคุกเข่าพนมมืออยู่เบื้องซ้ายและเบื้องขวา ขอให้ระลึกเสมอว่า นั่นคือตัวแทนของพระอสีติมหาสาวก ผู้เสียสละและอุทิศตนจนลมหายใจสุดท้าย เพื่อสืบทอดมรดกทางปัญญาที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษยชาติมาจนถึงมือพวกเราในวันนี้นั่นเอง

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ