จากกรณีที่ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หรือ เสธ.พีท จัดขบวนขันหมากสู่ขอนางสาวจุฑารัตน์ พัฒน์จินดากุล เจ้าของธุรกิจความงาม ทายาทเศรษฐีนี เมืองขอนแก่น ก่อนปิดช่องทางการจราจร 1 เลน บนถนนมิตรภาพ ต.ท่าพระ อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ทำให้ชาวบ้านหลายคนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากการจราจรติดขัดกว่า 10 กิโลเมตร ขณะที่เจ้าบ่าว ชี้แจงว่าขออนุญาตใช้ช่องทางจราจรอย่างถูกต้อง และใช้เวลาในการแห่ขันหมากไม่กี่นาที แต่อย่างไรก็ตามกรณีนี้สังคมพากันตั้งคำถามว่า การจัดงานแต่งงาน สามารถขออนุญาตและนำกำลังตำรวจปิดถนนสายหลักที่มีผู้คนสัญจรมากมายได้จริงหรือ?
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความอิสระ กล่าวผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 57 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร และหากประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของรถที่จอดขวางการจราจรได้ แต่หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการก็จะเข้าข่ายละเลยการปฎิบัติหน้าที่
ส่วนกรณีที่เจ้าของงาน ระบุผ่านสื่อว่า ตนทำหนังสือขออนุญาตไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ท่าพระ อย่างถูกต้องแล้ว เรื่องนี้ นายรณณรงค์ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจเซ็นอนุมัติให้ได้เนื่องจากเป็นงานของเอกชนไม่ใช่ของรัฐฯ และงานดังกล่าวกระทบต่อการจราจรของประชาชนส่วนมาก พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าพระ รวมถึงผู้ว่าราชจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเข้าข่ายละเลยการปฎิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตาม ทนายความอิสระรายนี้ ยังออกความคิดเห็นว่า กรณีดังกล่าวหากเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ผู้มาร่วมงานจอดรถบนไหล่ทาง ก็อาจไม่กระทบต่อการจราจรบนถนนใหญ่ พร้อมยืนยันว่าหากมีการจอดรถขวางทางจราจรจนประชาชนได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ควรดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด