โดยนายสุข และนางบัวคำ เปิดเผยว่า เพิ่งทราบข่าวของลูกสาวจากญาติพี่น้องที่นำมาบอก ซึ่งตนรู้สึกตกใจมาก และมีความเป็นห่วงลูกสาว โดยวอนขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในไทยได้ช่วยเหลือให้ลูกสาวได้กลับประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ลูกสาวของตนเองได้แยกทางกับสามี และก็มาอยู่บ้านได้ประมาณครึ่งเดือนก่อนที่จะขอไปทำงานที่ต่างประเทศเพราะต้องการไปหาเงินมาเลี้ยงดูลูก และครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านั้นตนเอง และญาติก็เคยห้ามมาแล้วหลายครั้ง เพื่อไม่ให้ไปทำงานในต่างประเทศ แต่ครั้งนี้ลูกสาวไม่ฟังเพราะมีเพื่อนไปด้วยหลายคน
“ก่อนไปลูกสาวก็ได้ไปยืมเงินญาติ เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปยังประเทศจีนด้วยความสมัครใจที่จะไปทำงานนวด หลังจากที่เดินทางไปแล้วนานกว่า 10 เดือน ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากลูก เนื่องจากไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี เล่นไลน์ หรือเฟซบุ๊กไม่เป็น จึงไม่สามารถติดต่อลูกได้ หลังทราบข่าวว่าลูกถูกหลอกจนต้องถูกลอยแพอยู่ที่ประเทศจีนก็รู้สึกตกใจ และไม่สบายใจอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงอยากวิงวอนเจ้าหน้าที่ในประเทศไทยให้ช่วยลูกกลับมาด้วย”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นางแสงจันทร์ ได้แชทผ่านเฟซบุ๊กคุยกับหลานชายว่ารู้สึกหวาดกลัวอย่างมากที่ถูกลอยแพในประเทศจีน และเกรงจะไม่ปลอยภัย จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ในประเทศไทยช่วยเหลือโดยด่วน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังกงสุลไทยในปักกิ่งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ให้พยายามหาทางไปแจ้งความกับตำรวจจีนเอง ทั้งๆ ที่ตนเอง และเพื่อนไม่รู้ภาษาจีน และพูดภาษาจีนไม่ได้ ไม่รู้เส้นทาง และที่สำคัญคืนหนังสือเดินทางหมด จนกลายเป็นคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หลังถูกนายจ้างยึดพาสปอร์ต และไม่ยอมต่อวีซ่าให้ และล่าสุดนายจ้างก็ปิดร้านสปานวดไทย และทำให้ทุกคนเกิดลอยแพติดอยู่ที่ประเทศจีน