นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ปัจจุบันยังพบซิมการ์ดประเภทเติมเงินถูกนำไปซื้อขาย เพื่อใช้ประกอบกิจการด้านต่างๆ ทั้งการเพิ่มยอดไลค์ ยอดวิว และกิจการด้านแนๆ โดยที่คนใช้งานกับคนลงทะเบียนซิมการ์ดเป็นคนละคนกัน เบื้องต้นทาง กสทช.ไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหรือเข้าไปดูแลทุกหมายเลข เว้นซิมการ์ดเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรม กสทช.จึงจะเข้าไปตรวจสอบ และชื่อที่ลงทะเบียนไว้ต้องถูกดำเนินคดี
ส่วนกรณีชาวจีนที่ถูกจับเบื้องต้นยังอ้างว่า เป็นการทำธุรกิจเพิ่มยอดไลค์และยอดวิว ให้กับเว็บไซต์ของประเทศจีน ซึ่งยังรอการตรวจสอบและขยายผลต่อไปว่าใครเป็นคนลงทะเบียนซิมการ์ดให้
สำหรับวิธีการทำงานเพิ่มยอดกดไลค์ เพิ่มยอดวิวนั้น ผู้ต้องหารับว่า จะใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 500 เครื่อง ที่จะมีคนส่งมาให้จากจีนจะเซตระบบปฏิบัติการรูปแบบหนึ่ง ตั้งเวลาไว้ให้กดไลค์และยอดวิวแบบอัตโนมัติให้เพจสินค้าต่างๆ ภายใน 1 ชั่วโมงจะสามารถกดได้ 6-12 ครั้ง เท่ากับว่าภายใน 1 วัน สามารถกดไลค์-เพิ่มยอดวิวได้สูงสุด 288 ครั้ง ต่อโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องและปัจจุบันมีการรับจ้างเพิ่มยอดไลค์ทั้งในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเป็นจำนวนมาก เช่น จ่ายเงิน 60 บาท ได้ยอดไลค์ หรือ ยอดติดตาม 1,000 ไลค์ จ่าย 600 บาท ได้ยอดไลค์ หรือ ยอดกดติดตาม 10,000 ไลค์ เป็นต้น