หลังคำสั่งคลอดออกมาในวันที่ 7 มิถุนายน มีผลในวันที่ 9 มิถุนายน หลังจากนั้นไม่กี่วัน คือวันที่ 11 มิถุนายน นายวิทยาก็โยนระเบิดว่า ขอแสดงความเสียใจกับที่คนผิดหวังไม่ได้ตำแหน่ง และจ่ายเงินไปแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าพอใจการแต่งตั้ง เพราะระดับผู้กำกับการที่ว่าง 26 ตำแหน่ง มีคนข้ามหน่วยคว้าตำแหน่งไปครองเพียง 5 ตำแหน่ง ขณะที่รองผู้บังคับการตำรวจในพื้นที่ก็ได้ไป 10 ตำแหน่ง มีเพียง 3 ตำแหน่งเท่านั้นที่มีเสือข้ามห้วยได้ตำแหน่งไป
หลังนายวิทยาโยนระเบิดใส่ เย็นวันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มีคำสั่ง พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือศปก.ตร.โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ขณะที่พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ร่อนหนังสือถึงหัวหน้าจเรตำรวจให้สอบข้อเท็จจริงประเด็นที่นายวิทยาระบุผ่านสื่อมวลชนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน คือภายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้
หลังย้ายพล.ต.ท.เทศา นายวิทยาก็แสดงความเห็นผ่านสื่อมวลชนอีกครั้งว่า การตัดสินใจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะการซื้อขายตำแหน่งไม่ได้มีเฉพาะตำรวจภูธรภาค 8 เท่านั้น โดยเฉพาะนครบาลแพงมากกว่าถึง 2 เท่า มีการวิ่งเต้นด้วยเงินนับสิบล้านบาท และย้ำว่ามีการจ่ายเงินในภูธรภาค 8 ผ่านนายตำรวจระดับสารวัตรและแดตดี้สนามกอล์ฟ แถมยังบอกว่า ผบ.ตร.น่าจะรู้ข้อมูลดีไม่เช่นนั้นคงไม่ย้าย พร้อมระบุว่า การย้าย พล.ต.ท.เทศาอาจมองได้ว่าเป็นการเอาคืนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ได้เพราะ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า พล.ต.ท.เทศามีความสนิทสนมกับนายสุเทพ และได้รับการสนับสนุนจากนายสุเทพผลักดันให้เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.60) สถานการณ์เริ่มร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ พล.ต.อ.กรทิพย์ต้องออกมานั่งแถลงข่าว ตอบโต้เรื่องการซื้อขายตำแหน่งว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว เพราะเชื่อใจผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่เป็นคนจริงจังกับการทำงาน และอาจฟ้องร้องนายวิทยา ที่พูดโดยไม่มีข้อมูล จนทำให้เกิดความเสียหาย และยืนยันไม่มีพลตำรวจตรีใหญ่กว่าพลตำรวจเอก