ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โทรศัพท์มือถือ กระเป๋า เครื่องสำอาง และสินค้าอื่น เป็นของกลางส่วนหนึ่งที่ขบวนการลั
โดยพันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ขบวนการนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวถือว่าเป็นขบวนการรายใหญ่ โดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งหาพยานหลักฐานเอาผิดเพิ่มเติม และจากการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของเครือข่ายขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายพบว่า ในระหว่างปี 2559 – ปัจจุบัน นายทุนนี้ได้มีรายได้จากการดำเนินกิจการมากกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการเสียภาษี หรือเสียภาษีเงินได้ไม่ครบถ้วน ทำให้รัฐสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล และกระทบต่อเจ้าของธุรกิจ จนประเทศไทยถูกจับตาในสายตานานาชาติไม่ให้ความจริงจังต่อการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย