นายบุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงจังหวัดพังงา กล่าวว่า หลังรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริการจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 23 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดบทลงโทษผู้ประกอบการเอกชนโดยเฉพาะนายจ้าง กับบริษัทจัดหางานที่นำเข้าแรงงานต่างด้าวรุนแรง โทษปรับสูงถึง 400,000-1,000,000 บาท จึงหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องว่าจ้างแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานชาวประมงยังขาดแรงงานประมาณกว่า 1,000 คน รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้แรงงานได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องก่อนที่จะเริ่มใช้จริง
ด้านนายบำรุง ล้อเจริญวัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว เผยว่ากฎหมายแรงงานฉบับใหม่นี้ถือว่าแรงและมีผลกระทบต่อชาวบ้านตามแนวชายแดนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต่อไปภาคการเกษตรจะเดือดร้อนเพราะขาดแคลนแรงงานและจะส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทยตามแนวชายแดนเป็นอย่างมาก เพราะแรงงานกัมพูชาตามชายแดนส่วนใหญ่ยากจนไม่มีเงินไปทำพาสปอร์ตที่มีราคาแพงได้
ขณะที่นายณรงค์ชัย ทันบุตรกา กำนันตำบลท่าข้าม อ.อรัญประเทศ เผยว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนทำไร่ และทำนา โดยจ้างแรงงานกัมพูชามาช่วยแบบมาเช้า – เย็นกลับ เนื่องจากไม่มีเงินจ้างรายเดือน หากทำตามกฎหมายใหม่ที่ต้องจ้างแรงงานที่มีพาสปอร์ตหรือบอเดอร์พาสแรงงาน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอีก เชื่อว่าหลังจากนี้ชาวนาชาวสวนจะติดคุกเป็นจำนวนมากเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับแน่นอน
ด้านจังหวัดตากแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมาร์ กว่า 400 คน ต้องเดินทางกลับไปยังประเทศของตัวเองที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด หลังนายจ้างและผู้ประกอบการไม่กล้าจ้างแรงงานต่างด้าว โดยทางการเมียนมาร์ได้ซื้อข้าวไปเลี้ยงแรงงานที่ตกงานและเดินทางกลับประเทศของตัวเองทั้งหมด ขณะที่แรงงานแต่ละคนก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร
สำหรับเรื่องนี้ กำลังเป็นที่วิพากษ์จารณ์จากนายจ้างคนไทย และผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว โดยระบุว่า การออกกฏหมายลักษณะเช่นนี้ ไม่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการค้า การลงทุน ของไทย และยังสวนทางกับนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากด้วย