นายปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง ACIS สถาบันให้บริการด้านการฝึกอบรม และเป็นที่ปรึกษางานเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ความเห็นว่า เฟซบุ๊ก และกูเกิล (ยูทูป) ควรเข้ามาเจรจากับ กสทช. เพื่อเข้าสู่ระบบ OTT ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายไทย เนื่องจากกลุ่มโครงข่ายเหล่านี้ได้รับประโยชน์ มีรายได้จากการประกอบกิจการในประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล แต่กลับไม่ต้องเสียภาษี หากเข้าสู่ระบบจะทำให้มีรายได้อีกส่วนหนึ่งเข้าเป็นรายได้ของ
ส่วนนายภาคภูมิ เดชหัสดิน ในฐานะแอดมินแฟนเพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า หนึ่งในเพจที่เข้าร่วมประชุมกับ กสทช. ในฐานะผู้ให้บริการด้านเนื้อหาผ่านโครงข่าย OTT แอดมินเพจมองว่า ข้อกำหนดของ กสทช. ที่ต้องการให้เข้าสู่ระบบยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะหลักการ ข้อดี ข้อเสียของ OTT ว่าเมื่อเข้าสู่ระบบจะต้องเข้าสู่การดูแลควบคุมอย่างไร ผู้ให้บริการด้านเนื้อหาหลายคนยังเกิดความสับสน และกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาหลังเข้าสู่ระบบ จึงต้องการให้ กสทช.กลับไปทบทวน และกำหนดเป็นข้อสรุปที่ชัดเจน
ทั้งนี้ นายภาคภูมิได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงกรณีที่ กสทช. เรียกกลุ่มเอเจนซี่โฆษณา และเจ้าของสินค้าเข้าพูดคุย เพื่อเตรียมระงับโฆษณาในกลุ่มผู้ให้บริการโครงข่าย OTT ที่ไม่เข้าสู่ระบบภายในวันที่ 22 ก.ค.ว่า จะส่งผลกระทบกับผู้ให้บริการด้านเนื้อหา หรือกลุ่มแฟนเพจโดยตรง ทำให้ขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ เนื่องจากบางคนทำงานเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กเป็นอาชีพหลัก