ธุรกิจจังหวัดชายแดนอย่างระนองที่ต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเมียนมาร์จำนวนมาก และกำลังได้รับผลกระทบจากผลพวงของกฎหมายใหม่ ที่ทำให้แรงงานส่วนหนึ่งต้องเดินทางกลับประเทศ นายยรรยง น้ำผุด เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ระบุว่า หากไม่มองเฉพาะสถานการณ์เฉพาะหน้า ปัญหานี้เป็นผลพวงมาจากนโยบายรัฐบาลที่ไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจนตลอดเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงระบบเพื่อแก้ปัญหาภาพลักษณ์ค้ามนุษย์ ก็กลายเป็นภาระมาตกเป็นของผู้ประกอบการที่หลายเป็นผู้กระทำความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ นายสำเภา สุขกลาง ผู้ประกอบการแพปลา มองว่า มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน และค่าใช้จ่ายสูง หากจัดการไม่ดี นอกจากผู้ประกอบการเอกชน ผลกระทบก็อาจจะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจด้วย
ส่วนโรงงานขนาดเล็กที่มีการคาดการณ์กันว่าจะได้รับผลกระทบจากผลพวงที่แรงงานเพื่อนแห่กลับ วันนี้ทีมข่าว PPTV ลงพื้นที่สำรวจย่านพระประแดง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานหลายแห่งที่มีแรงงานเพื่อนบ้านทำงานอยู่จำนวนมาก แม้ผู้ประกอบส่วนใหญ่จะไม่กล้าให้สัมภาษณ์อย่างเปิดเผย เพราะกลัวว่าจะได้รับผลกระทบจากการมีแรงงานผิดกฎหมายทำงานอยู่ แต่มีรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า โรงงานของเขามีแรงงานข้ามชาติทำงานอยู่ 10 คน มีถึง 9 คน ขอเดินทางกลับ และยืนยันว่า จะไม่กลับมาทำงานในไทยอีก เพราะขั้นตอนขออนุญาตอย่างถูกกฎหมายมีความยุ่งยากซับซ้อน ยังไม่นับรวมขั้นตอนภายในประเทศของพวกเขาอีก
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า ยังไม่ต้องวิตกกังวล ส่วนตัวเชื่อว่า แรงงานกลุ่มนี้จะเดินทางกลับมาแน่ เพียงแต่เวลา 6 เดือนหลังจากนี้ ขอความร่วมมือกับนายจ้างให้ช่วยกันทำให้ถูกกฎหมาย
ส่วนการปรับแก้กฎหมายในส่วนที่ถูกวิจารณ์ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้ให้แนวทางกับกระทรวงแรงงานไว้แล้วว่า ควรปรับแก้ส่วนไหนบ้าง คาดว่าจะเสร็จทันบังคับใช้ 1 มกราคม ปี 2561 อย่างแน่นอน