ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมการ กกพ.จะมีการพิจารณาโครงสร้างค่าเอฟทีที่จะเรียกเก็บใน บิลค่าไฟจากประชาชนงวดใหม่ และผ่านการประกาศรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ และประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะเร็วขึ้น 1 เดือนเพื่อให้สอดรับกับนโยบายกระทรวงการคลังที่ต้องการยกระดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ไทยให้ดีขึ้น โดยค่าเอฟทีงวดใหม่นี้ยอมรับว่ามีทิศทางเพิ่มขึ้นตามทิศทางของราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลัก โดยคาดการปรับขึ้นคงไม่ถึง 10 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากอาจจะมีเงินที่ได้จากค่าปรับและเงินชดเชยต่างๆ เข้ามาช่วย
ทั้งนี้ มีรายงานว่าการปรับขึ้นค่าเอฟที หรือ ค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคมนี้ น่าจะปรับขึ้น 7 – 8 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากล่าสุดทิศทางค่าเงินบาทมีทิศทางที่แข็งค่าเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนที่เฉลี่ย 35 บาท 19 สตางค์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สามารถลดต้นทุนได้ โดยทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าจะทำให้เอฟทีลดลง 5-6 สตางค์ต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นต้นทุนหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักของการผลิตไฟที่สะท้อนราคาน้ำมันย้อนหลัง 8-12 เดือน มีราคาปรับขึ้นกว่า 250 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งต้องรอลุ้นผลสรุปการประชุม กกพ.กันอีกครั้งในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้