ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตัดสินคดีวันนี้ของศาลฎีกา ถือมีความสำคัญมาก ต่ออดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว จังหวัดนครปฐม เพราะเป็นการชี้ชะตาว่า สิ่งที่ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ตัดสินมาตลอดว่า อดีตผู้กำกับการฯ ติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือคดียุบพรรคไทยรักไทยปี 2549 นั้น จะมีคำพิพากษาในขั้นสุดท้ายนี้อย่างไร
พันตำรวจเอกชาญชัย เนติรัฐการ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว เดินทางมาศาลอาญารัชดา เพื่อฟังคำพิพากษาจากศาลฎีกาในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคดีนี้พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง พันตำรวจเอกชาญชัย เป็นจำเลยในความผิดฐาน ติดสินบนตุลาการเพื่อช่วยเหลือพรรคไทยรักไทย เหตุเกิดช่วงตุลาคม 2549 เมื่อวันที่ 16 -22 ตุลาคม 2549 พันตำรวจเอกชาญชัย ไปพบ หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ห้องทำงานศาลฎีกา และที่บ้านพร้อมเสนอเงิน 30 ล้านบาท เพื่อให้ช่วยเหลือคดียุบพรรคไทยรักไทย แต่พันตำรวจเอกชาญชัย ให้การปฏิเสธ และบอกว่าเป็นการพูดล้อเล่นเท่านั้น
ครั้งนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2557 ให้จำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคำพิพากษาระบุว่า เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว ทำลายความเชื่อถือและศรัทธาของระบบศาลและตุลาการซึ่งถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน จากนั้นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ศาลอุทธณ์พิพากษาลดโทษ เหลือ2ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากจำเลยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ในชั้นฎีกาจำเลยยื่นเหตุผลขอให้ศาลลงโทษสถานเบา เนื่องจากอ้างว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงและสุขภาพไม่แข็งแรง
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยเป็นอดีตตำรวจ อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แต่กลับกระทำผิดเอง ประกอบกับประเด็นอาการป่วยไม่เป็นเหตุเพียงพอให้ลดโทษ พิพากษายืนตามชั้นอุทธรณ์ จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา