ปั้มน้ำมันตามเส้นทางหลบหนีของผู้กลุ่มก่อเหตุบุกฆ่านายนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และครอบครัว เสียชีวิตรวม 8 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน เป็นจุดที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีระบุว่า ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ รวมถึงขวดน้ำดื่ม และข้าวกล่องที่กลุ่มผู้สงสัยแวะรับประทานระหว่างหลบหนี สอดคล้องกับข้อมูลจาก พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยวันนี้ว่า ได้เก็บหลักฐานเหล่านี้ส่งตรวจหมดแล้วทั้งของแข็งและของเหลว
สำหรับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีและปั้มน้ำมันระหว่างทาง พบว่า ตำรวจแบ่งทีมเก็บข้อมูลหลายจุดกินพื้นที่หลายจังหวัดประกอบด้วย เส้นทางเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ถนนหมาย 44 เป็นถนนสายหลักเชื่องระหว่างถนนเพชรเกษมกับถนนเอเชีย จุดนี้ตำรวจให้ความสำคัญเพราะพบเบาะแสว่า มีรถยนต์วิ่งตามกันออกมาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งมุ่งหน้ามาบนถนนสายเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ตำรวจไล่เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดตามปั้มน้ำมันของเส้นทางนี้ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอีกเส้นคือถนนเพชรเกษม ตั้งแต่จังหวัดระนองถึงจังหวัดตรัง ส่วนถนนเอเชีย ตรวจสอบตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงรอยต่อจังหวัดพัทลุง
ภาพวงจรปิดที่เก็บได้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่วันนี้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนในสังกัดที่เวลานี้ระดมกำลังกันมาช่วยคลี่คลายคีดฆ่ายกครัวผู้ใหญ่วรยุทธ เพื่อกำหนดแนวทางสรุปหลักฐานชิ้นนี้ส่งให้กับชุดคลี่คลายคดีในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำมาเชื่อมโยงเรียงต่อกัน โดยเบื้องต้นยืนยันว่า ยังไม่พบเบาะแสผู้ก่อเหตุกบด้านในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแต่อย่างใด
ตามเส้นทางที่ตำรวจให้ความสำคัญตรวจสอบตั้งแต่จังหวัดกระบี่ถึงจังหวัดชุมพร สอดคล้องกับกระแสข่าวตลอดทั้งวันที่ปรากฎข้อมูลว่า ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน เป็นมือปืนสังกัดซุ้มในจังหวัดชุมพร และนำไปสอบสวนที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็ยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ ส่วนผลตรวจกระสุน มีรายงานจากกองพิสูจน์หลักฐานว่า พบหัวกระสุนจำนวน 13 หัวภายในจุดเกิดเหตุ และปลอกกระสุน 11 ปลอก ผลตรวจสอบยืนยันแล้วว่า ทั้งหมดมาจากปืนกระบอกเดียวกัน คือ ปืนสั้น .38 ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้ใหญ่วรยุทธ
ขณะที่วิถีกระสุนเป็นการยิงลักษณะจ่อยิงทั้ง 11 คน โดยเด็ก 2 คนที่รอดชีวิตพบว่า ได้ยกมือขึ้นบังระหว่างที่ผู้ก่อเหตุลั่นไก เพราะมีกระสุนทะลุฝ่ามือขวา เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นสาเหตุของการรอดชีวิต เนื่องจากกระสุนถูกฝ่ามือและลดแรงกระแทกก่อนที่พุ่งเข้าศีรษะ
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า วันนี้ตำรวจได้แบ่งกำลังเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย 2 หลัง เป็นบ้านพักของนักธุรกิจและนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับนายวรยุทธ สังหลัง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้ตำรวจยังเรียกนายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา เพื่อนสนิทของนายวรยุทธและภรรยามาสอบปากคำซ้ำอีกครั้ง เป็นระยะเวลากว่า 4 ชั่วโมง
นาย เชษฐ์ดนัย เปิดเผยกับ ขณะนี้ต้องตกเป็นจำเลยสังคมในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นผู้บงการ เหตุการณ์ครั้งนี้กระทบต่อธุรกิจอย่างมาก เบื้องต้นขอยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ ที่สั่งการฆ่านายวรยุทธและครอบครัว เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตาย มาตั้งแต่เด็ก หลังจากนี้ จะส่งเสีย ดูแลลูกของผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด
ส่วนปมลงทุนกิจการโรงโม่หิน ยังไม่ได้ ดำเนินการใดเนื่องจาก ทราบว่า กรมศิลปากรประกาศเป็นพื้นที่โบราณสถาน และอยู่ระหว่างการฟ้องร้องศาลปกครองแต่หากสงสัยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ เส้นทางทางการเงินได้ และสุดท้ายขอเรียกร้องให้ ตำรวจเร่งจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่า ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อีกด้านหนึ่งทีมข่าว PPTV ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวชุดสืบสวน ระบุว่า ล่าสุดคดีมีความคืบหน้าไปมาก 90 เปอร์เซ็นต์ ตำรวจจำกัดวงแคบไว้ที่ประเด็นโรงโม่หิน หลังพบข้อมูลว่ามีกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรณีในแถบจังหวัดอันดามันกลุ่มใหญ่ที่มีเงินทุนมหาศาล ให้นายเชษฐ์ดนัย เป็นตัวกลางในการนำเงินไปใช้ เพื่อดำเนินธุรกิจโรงโม่หินในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะที่อำเภออ่าวลึก ก่อนที่นายเชษฐ์ดนัย จะนำเงินให้นายวรยุทธไปดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ แต่ไม่สำเร็จ จนทำให้กลุ่มทุนใหญ่ไม่พอใจ ส่วนนายเชษฐ์ดนัยเพื่อนสนิทจะรู้เห็นหรือไม่ ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่