สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ แถลงวานนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ และหน่วยงานของประเทศต่างๆ สามารถปิดเว็บไซต์ AlphaBay และ Hansa ซึ่งเป็นสองเว็บไซต์ตลาดมืดสำหรับซื้อขายสิ่งของผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุด สิ่งของผิดกฎหมายที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ มีตั้งแต่ยาเสพติด (เช่น เฮโรอีน) อาวุธปืน เครื่องมือสำหรับแฮกข้อมูลคอมพิวเตอร์ (เช่น มัลแวร์) รวมถึงข้อมูลที่ถูกจารกรรมมา
ทั้งนี้ จากข้อมูลจากยูโรโพลระบุว่าในช่วงเวลาที่กวาดล้าง เว็บไซต์ AlphaBay ซึ่งเป็นตลาดที่เน้นซื้อขายยาเสพติด สารเคมีต้องห้าม และไอดีปลอม มีสินค้าที่อยู่ในระบบมากกว่า 250,000 รายการ
ส่วนเว็บไซต์ Hansa ตำรวจเนเธอร์แลนด์สามารถปิดระบบได้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากจับกุมชายสองคนพร้อมกับยึดเซิร์ฟเวอร์ได้ในประเทศเยอรมนี ในการสืบสวนที่ได้รับความมือจากตำรวจประเทศต่างๆ เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และลิทัวเนีย ทั้งเว็บไซต์ AlphaBay และ Hansa สามารถเข้าถึงได้โดยผ่าน Tor network ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยซ่อนตัวตนเท่านั้น ถ้าใช้เป็นก็สามารถเข้าไปได้ จึงทำให้หน่วยงานกำกับดูแลตามหาได้ลำบากว่าเซิร์ฟเวอร์หรือผู้ดูแลเว็บไซต์อยู่ที่ไหน
พลตำรวจตรีศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. บอกกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า คนไทยเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ตลาดมืดได้ เนื่องจากจำเป็นที่ต้องมีโค้ด เพื่อเข้ารหัสต่างๆ ที่ผ่านมา ปอท. สามารถตรวจสอบและเข้าถึงเว็ปไซต์ตลาดมืด จำพวก Deep web ได้ ก็ต่อเมื่อได้รับแจ้งเบาะแสมาก่อนเท่านั้น เนื่องจากเว็บไซต์เหล่านี้ไม่สามารถค้นหาผ่านเสิร์ชเอ็นจินทั่วไปได้
การปิดเว็บไซต์ AlphaBay และ Hansa ครั้งนี้ นับเป็นการกวาดล้างเว็บตลาดมืดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากที่ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้หันมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ยูโรโพลเชื่อว่าการกวาดล้างครั้งนี้จะสามารถขยายผลไปสู่การสืบสวนคดีอื่นๆ ในยุโรปได้อีก
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไทย ยืนยันว่าผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวแคนาดา อายุ 26 ปี ที่ชื่อนายอเล็กซานเดอร์ แคส (Alexander Cazes) ซึ่งผูกคอตายภายในห้องขัง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ตลาดมืดอย่างอัลฟาเบย์ (AlphaBay)” และ “ฮันซา (Hansa)” ด้วย แต่นายอเล็กซานเดอร์ ไม่ได้เป็นหัวหน้าขบวนการตามที่มีกระแสข่าวออกมา เป็นเพียงระดับปฏิบัติการซึ่งทำหน้าที่ฟอกเงินให้กับขบวนการนี้เท่านั้น
โดยคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไทย ได้รับการประสานงานจากตำรวจสากลและเอฟบีไอ จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ในกรุงเทพฯ หลังหลบหนีเข้ามาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ในไทยนานประมาณ 7-8 ปี ทั้งนี้ ทางการไทยจะแถลงรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้งวันจันทร์นี้ (24 ก.ค.)