ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิ์พร สมุหเสนีโต ฝ่ายปกครองจังหวัดพัทลุง หัวหน้าชุดจับกุม ชี้แจงกรณี จับกุมตัว สิบตำรวจตรี สังกัด สถานีตำรวจภูธรยะหา จังหวัดยะลา พร้อมของกลางอาวุธปืนสงครามของทางราชการและกระสุนปืน 26นัด อาวุธปืน 9 มม.1 กระบอก ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.พัทลุง สอบสวนดำเนินคดี โดยระบุว่าหลังจากที่ได้จับกุมสิบตำรวจตรี ได้ประสานไปยังต้นสังกัด ก็ได้รับคำยืนยั่นว่าเป็นตำรวจจริง อาวุธปืนเป็นของทางราชการ ส่วนปืนสั้นก็มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากจะจับกุมตัวส่งดำเนินคดี แต่ในขณะที่กำลังพูดคุยอยู่กับผู้ต้องหา ได้มีนายตำรวจระดับรอง ผู้บังคับการ เดินทางไปที่เกิดเหตุ และได้พูดตำหนิตำรวจและกล่าวว่าพกปืนเป็นการขัดคำสั่งของ คสช. เมื่อทราบว่าขัดคำสั่งของ คสช.เจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าที่จะปล่อยตัว ส่วนกรณีที่ฝ่ายปกครองนำผู้ต้องหาตรวจปัสาวะเพื่อหาสารเสพติดนั้น ได้ทำการตรวจจริง แต่ก็ไม่พบสารเสพติด
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและอาสาเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ก็จำเป็นต้องพกอาวุธออกนอกพื้นที่อย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน โดยหลังจากนี้จะต้องพูดคุยกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ถึงแนวทางปฏิบัติร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และไม่กระทบต่อการปฏิบัติงาน
ขณะที่ พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง เตรียมทำหนังสือสอบถามผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องหาว่าเป็นอาวุธปืนของทางราชการหรือไม่ หากเป็นอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาเบิกมาใช้ในการป้องกันชีวิต และทรัพย์สินในขณะปฏิบัติหน้าที่จริง ทางตำรวจก็จะต้องสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหารายนี้