วันนี้ (25 ก.ค.60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรณีที่ คสช.จะใช้มาตรา 44 ตรวจสอบข้าราชการที่ส่อไปในทางทุจริตรอบใหม่ว่า ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) ได้เสนอรายชื่อข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตรอบใหม่มาแล้ว โดยมีต้นทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฯลฯ และจากนี้จะออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยคำสั่งจะยังไม่ระบุว่ารายชื่อข้าราชการเหล่านี้มีความผิดหรือไม่ แต่จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวน หากพบว่าผิดจะต้องลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา ส่วนรายชื่อที่มีการดำเนินการมาแล้วในห้วงที่ผ่านมา พบว่ามี 40% ที่ได้ลงโทษไปแล้ว ส่วนที่เหลือยังต้องสอบสวนต่อไป หากตรวจสอบพบว่าไม่มีความผิด รัฐบาลจะคืนความเป็นธรรมให้
นอกจากนี้ กรณีที่มีการอ้างว่าพบทุจริตเงินทอนในการจัดผลิตดอกไม้จันทร์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพฯ ที่ จ.ชัยภูมิ โดยจ้างชาวบ้านแล้วให้โอนเงินส่งคืนจังหวัด 5,000 บาท คืนอำเภอ 3,000 บาท ว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนและตรวจสอบอยู่ บางพื้นที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ตั้งงบประมาณของตัวเอง จึงต้องตรวจสอบกับ อปท. เพราะไม่ใช่งบประมาณของมหาดไทย ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นงบประมาณของการศึกษานอกโรงเรียน ขณะที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่วนใหญ่จะเป็นงบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้พิการ
“ผมเห็นข่าวว่าโอนเงินคืนจังหวัด 5,000 บาท ทำไมมันงี่เง่าขนาดนั้น 5,000 บาท 3,000 บาทเอาหรือ แสดงว่าถ้ามากกว่านี้ ก็ยิ่งจะเอาใหญ่ใช่หรือไม่ เรื่องนี้ถ้าเป็นจริงต้องลงโทษ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว