รองผว.ยันผลตรวจ รง.อาหารสัตว์ราชบุรีข้าวรมยาคนกินไม่ได้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ตรวจโรงงานผลิตอาหารสัตว์ 3 แห่ง พบว่า มีข้าวคุณภาพดีปนอยู่กับข้าวเสีย แต่ก็ยังอ้างว่า เป็นข้าวที่คนกินไม่ได้

วันนี้ (26 ก.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ลงตรวจโรงงานผลิตอาหารสัตว์ 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท SPM อาหารสัตว์ จำกัด บริษัทกาญจนาอาหารสัตว์ และบริษัท VCF Group โดยแต่ละแห่ง ใช้เวลาตรวจดูข้าว จุดละไม่เกิน 30 นาที ก่อนสรุปว่า มีข้าวคุณภาพดีปนอยู่กับข้าวเสียจริง แต่รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้ข้อมูลว่า เป็นข้าวที่คนกินไม่ได้ เพราะมีอายุประมาณ 5 ปีแล้ว และผ่านการรมยามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดแรกที่เข้าตรวจ คือ บริษัท SPM อาหารสัตว์ จำกัด คือ พบปริมาณข้าวกว่า 40,000 ตันที่เหลือในโกดัง เป็นส่วนหนึ่งของข้าวเสีย หรือข้าวเน่า ที่ประมูลมาจาก องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และองค์การคลังสินค้ากระทรวงพาณิชย์ นายสรพหล นิติกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัท SPM อาหารสัตว์ บอกว่า ประมูลข้าวมากว่า 390,000 ตัน และทยอยนำข้าวมาเก็บที่โรงงาน เดือนละ 5 หมื่นตัน โดยเริ่มขนมาตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในขั้นประมูลนั้นได้เลือกข้าวที่มีคุณภาพปานกลางไม่เสียมาก

ทั้งนี้ หนึ่งในโรงงานที่เคยถูกตั้งข้อสังเกตจากพรรคเพื่อไทย ว่ารับซื้อข้าวคุณภาพที่คนกินได้มาในราคาถูกแล้วนำไปขายต่อหรือไม่ คือ บริษัทกาญจนาอาหารสัตว์ นายประวิช รังษีเสริมสุข ผู้จัดการบริษัทกาญจนาอาหารสัตว์ ยืนยันว่า ข้าวที่รับซื้อมาเป็นข้าวเสีย และไม่ได้นำไปขายต่อ

บริษัทกาญจนาอาหารสัตว์ อ้างว่า ซื้อข้าวมาจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และองค์การคลังสินค้ากระทรวงพาณิชย์ จ.อุบลราชธานี จ.ชัยนาท และจ.นครสวรรค์ ในราคากิโลกรัมละ 6.10 บาท ซึ่งซื้อมากว่า 39,000 ตัน แบ่งเก็บไว้ที่โรงงานหลักประมาณ 14,000 ตัน และเริ่มนำข้าวมาผลิต ตั้งแต่ วันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีกำลังผลิตวันละประมาณ 300 ตัน ส่วนปริมาณข้าวที่เหลือนำไปเก็บที่โรงงานในจังหวัดสุพรรณบุรีอีกแห่งหนึ่ง

ด้านกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงมาตลอดทั้งวัน ยังคงอ้างอิงจากแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงว่า การระบายข้าว เป็นไปตามขั้นตอนของนโยบายข้าวแห่งชาติทุกอย่าง

สำหรับการระบายข้าวตลอดในช่วงปี 2557 - 2559 ภาครัฐพยายามนำข้าวออกประมูลให้มากที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการในด้านราคา แต่มีข้อจำกัดของตลาดเพื่อการบริโภค จนเหลือข้าวในสต็อกประมาณ 8.01 ล้านตัน พบปัญหาหลายข้อ คือ มีข้าวดีและข้าวเสียปะปนกันภายในคลัง ไม่สามารถแยกกองขายตามคุณภาพหรือชนิดได้ เพราะมีกองอื่นบังอยู่ ขายไปแล้วขนออกไม่ได้  ไม่คุ้มค่าในการคัดแยกขายโดยละเอียด

ทั้งนี้ ข้าวในสต็อกเสื่อมสภาพและมูลค่าลดลงตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภค กระทบชื่อเสียงและคุณภาพข้าวไทย ตลาดข้าวบริโภคทั่วไปมีขีดจำกัดในการรองรับปริมาณข้าวในสต็อกของรัฐจากการที่ภาครัฐได้ระบายข้าวไปแล้วจำนวนมากก่อนหน้านี้ และข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ที่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เป็นความกดดันในการเร่งรัดระบายข้าวเพื่อแก้ไขปัญหาสต็อกข้าวกดทับตลาดและราคาข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ที่เกษตรกรจะได้รับ มีภาระค่าเก็บรักษาข้าวในสต็อกของรัฐ และหากขายในราคาขั้นต่ำ จะทำให้ขายได้น้อยและมีผลกระทบเป็นการชี้นำข้าวในตลาด ส่งผลถึงราคาข้าวที่ชาวนาจะได้รับในรอบใหม่ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ จึงต้องแยกข้าวออกเป็น 3 กลุ่ม ตามเกณฑ์คุณภาพของข้าว เพื่อแยกตลาดให้ชัดเจน โดยขายเหมาแบบยกคลัง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 ตามมติคณะกรรมการ นบข. ครั้งที่ 1/2560 ดังนี้

การแยกกลุ่มข้าว ตามเกณฑ์คุณภาพข้าว

กลุ่มที่ 1 เป็นข้าวทั่วไปเพื่อการบริโภค

กลุ่มที่ 2 เป็นข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน

กลุ่มที่ 3 เป็นข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์

ส่วนข้าวจาก บจก.ประสิทธิ์ชัยอุบล (โซลาร์ไรซ์) 2011 ซึ่งเป็นข้าวที่ส่งให้ บริษัท กาญจนาอาหารสัตว์ ที่ถูกอ้างว่า ได้ซื้อข้าวคุณภาพดีในราคาที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มา

กรมการค้าต่างประเทศ แถลงว่า ในการประมูล ครั้งที่ 19 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ตรวจสอบข้าวปริมาณ 14,035 ตัน จำนวน 8 กอง มีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐาน 2 กอง ที่เหลือไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน และมี 1 กอง เป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ เน่า ขึ้นรา เกาะกันเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็น และมีฝุ่น มาประมูลขาย เป็นการขายทั่วไปและอุตสาหกรรม โดยมีเงื่อนไขข้าวคุณภาพดีขายทั่วไปผู้ซื้อสามารถนำไปปรับปรุงเพื่อการบริโภคได้ ส่วนข้าวที่ไม่เหมาะแก่การบริโภคผู้ซื้อจะต้องนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเท่านั้น จะไปใช้เพื่อการบริโภคไม่ได้ โดยมีมาตรการควบคุมการนำไปใช้อย่างเคร่งครัดโดย อคส. ผลการประมูลปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาซื้อคิดเป็นราคากิโลกรัมละ 11.25 บาท แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ราคาขั้นต่ำ จึงไม่ได้รับอนุมัติให้ขาย

หลังจากการประมูลครั้งนี้ จึงให้ชะลอการระบายข้าวทั้งหมด เนื่องจากเป็นช่วงที่ข้าวฤดูใหม่กำลังออกสู่ตลาด และเพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาต่อเกษตรกร

ต่อมาในปี 2560 ได้จัดให้มีการประมูล ครั้งที่ 23 เป็นการประมูลขายข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ซึ่งไม่มีการแยกกองขาย และข้าวในคลังของ บจก.ประสิทธิ์ชัยอุบล (โซลาร์ไรซ์) 2011 มีข้าวคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐาน 2 กอง ที่เหลือไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน และมี 1 กอง เป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ  ข้าวเน่า ขึ้นรา เกาะกันเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็น และมีฝุ่น จึงจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 เป็นข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน ซึ่ง บจก.กาญจนาอาหารสัตว์ เป็นผู้ประมูลได้ในราคากิโลกรัมละ 6.10 บาท

ส่วนที่มีผู้เสนอให้ใช้ มาตรา 44 ไปเปิดคลังตรวจคุณภาพข้าวใหม่ กรมการค้าต่างประเทศ แจงว่า เลยขั้นตอนการตรวจสอบมานานแล้ว เพราะได้มีการตรวจสอบคุณภาพข้าวมาตั้งแต่ปี 2557 ผลการตรวจสอบก็เป็นที่รับทราบต่อสาธารณชนและก็เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอยู่แล้วในขณะนี้ จึงไม่มีเหตุที่จะต้องดำเนินการตามที่เสนอ

ในแถลงการณ์ ยังระบว่า กรณีที่มีผู้ยกเรื่องข้าวในคลังสินค้าบางคลังมากล่าวหาในทำนองว่ามีคนซื้อในราคาสูงไม่ขายแต่ไปขายในราคาถูก รวมทั้งมีการได้รับเงินทอน มีการแอบอ้างชื่อท่านนายกรัฐมนตรีในการดำเนินการเกี่ยวกับการประมูลข้าว เป็นการบิดเบือนใส่ร้าย ให้สังคมเข้าใจผิด เป็นการไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ต้องปฎิบัติงานตามนโยบายที่คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของรัฐและประชาชนเป็นสำคัญที่สำคัญคือผลกระทบจากการระบายข้าวที่ต้องสะดุดหยุดลงเพราะการกระทำของคนบางกลุ่มที่เสียประโยชน์ส่วนตัวและกำลังทำทุกวิถีทางที่จะโจมตีรัฐบาลเรื่องการขายข้าวในสต็อกของรัฐ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและสร้างความเสียหายในวงกว้างต่อการบริหารจัดการสต็อก และวงจรการผลิต การค้าข้าวในช่วงต้นฤดูที่ใกล้จะมาถึงแล้ว ซึ่งเป็นภาระที่คนไทยทั้งประเทศต้องแบกรับต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ