เมื่อวันที่ (4 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วินาทีที่เรือหลวงสุรินทร์ แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาออกจากอู่กรุงเทพ มุ่งหน้ากลับป้อมพระจุลจอมเกล้า หลังซ่อมแซมแล้วเสร็จ เมื่อถึงสะพานกรุงเทพ เสากระโดงเรือได้เกี่ยวราวสะพานกรุงเทพ
เวลาต่อมาสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวานที่ (3 ส.ค.) เวลา 09.10 น. ขณะที่เรือหลวงสุรินทร์ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ ได้รับการซ่อมทำตามวงรอบปกติจากอู่กรุงเทพเสร็จเรียบร้อย และได้ออกจากอู่กรุงเทพ เพื่อเดินทางไปยัง อู่พระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ซึ่งต้องผ่านสะพานกรุงเทพที่เปิดให้เรือผ่าน
ซึ่งทางเรือหลวงสุรินทร์ และ อู่กรุงเทพ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการนำเรือผ่านสะพานกรุงเทพเป็นไปตามหลักสากล มีเรือลากจูงของอู่กรุงเทพประคองเรือหลวงสุรินทร์ ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างช่วงผ่านสะพาน แต่ขณะนั้นเป็นช่วงที่กระแสน้ำไหลแรง ประกอบกับเกิดลมกระโชกบริเวณใต้สะพาน ทำให้การบังคับเรือเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ขณะที่เรือลากจูงที่นำมาสนับสนุน ไม่สามารถประคองทิศทางของเรือหลวงสุรินทร์ได้ตามต้องการ ทำให้เรือออกนอกทิศทางบังคับไปตามกระแสน้ำและกระแสลม เป็นเหตุสุดวิสัยที่จะสามารถควบคุมเรือได้ จึงเป็นเหตุให้เสากระโดงเรือไปเกี่ยวกับราวสะพานกรุงเทพ
เบื้องต้นสะพานกรุงเทพ ได้รับความเสียหายเล็กน้อยบริเวณราวสะพาน แต่ยังสามารถให้การสัญจรได้ตามปกติ และในส่วนของเรือนั้น ได้รับความเสียหายที่เสากระโดงเรือเล็กน้อย ต่อมาเวลา 11.35 น. เรือหลวงสุรินทร์ได้เข้าจอดที่อู่พระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เรียบร้อย
ส่วนของราวสะพานกรุงเทพ ทางอู่กรุงเทพจะรับผิดชอบในการซ่อม โดยความเสียหายของเรือหลวงสุรินทร์ทางกองทัพเรือได้ให้หน่วยงานด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น เพื่อดำเนินการซ่อมทำให้กลับมาใช้ราชการได้ตามปกติ อีกทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากกรณีการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ตามระเบียบราชการ เพื่อหามาตรการในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการนำเรือผ่านสะพานกรุงเทพ