วันนี้ (6 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐกร กาญจน์จิรเดช ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี ระบุว่า อ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว และอ่างเก็บน้ำทับเสลา มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างทั้ง 2 แห่งอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องมีการระบายลงสู่ท้ายอ่างอย่างต่อเนื่องในการที่จะรักษาเกณฑ์ระดับการกักเก็บน้ำและความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง หากไม่มีการระบายน้ำออกไปในระยะนี้ หากเกิดฝนตกหนักอีกครั้ง อ่างเก็บน้ำจะรับน้ำไม่ไหวและน้ำจะล้นอ่าง และต้องระบายน้ำครั้งละมากๆในช่วงนั้น ก็จะส่งผลให้เกิดอุทกภัยทางด้านท้ายอ่างเก็บน้ำตามมา และจะสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร ทั้งนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆทั่วทุกอำเภอ ให้ทำการระบายน้ำออกและอยู่ในเกณฑ์ที่จะสามารถที่จะรองรับน้ำในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนที่จังหวัดมหาสารคาม องค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยอำนวยความสะดวกและสถานที่ไว้อาศัยชั่วคราวตามวัด หรือตามส่วนราชการ ขณะที่ระดับน้ำในบางพื้นที่มีระดับน้ำเพิ่ม เนื่องจากน้ำชีมีระดับสูงล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนใหญ่ท่วมพื้นที่ทางการเกษตร เบื้องต้นหลายหน่วยงานเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว ด้านชลประทานจังหวัด เร่งสูบระบายน้ำด้วยสถานีสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้า จำนวน 6 สถานี และเครื่องสูบน้ำ 17 เครื่อง สามารถระบายน้ำได้ 6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมทั้งเร่งเสริมพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำชีไหลเข้าพื้นที่